รีวิว #สิ้นแสงอธนการ ที่แสงในใจไม่สูญสิ้น (มีสปอย)

[คำเตือน] การรีวิวนี้มีสปอยหนักมาก กรุณาหลีกเลี่ยงหากยังไม่ได้อ่านเรื่องเต็ม

Remnants of Filth – 余污 Yúwū – นวนิยายโดย by Meatbun Doesn’t Eat Meat

สำนักพิมพ์ Rose / ebook: meb
ผู้แปล กอหญ้า

-เส้นเรื่องชิงอำนาจ กองทัพ ความสายลับ และความขมที่เข้มข้น อ่านไปก็ได้แต่คิดว่าถ้าประเทศชาติและผู้คนจะโหดร้ายใส่ตัวละครเอกของเราขนาดนี้ก็หันหลังเถอะ อย่าเสียสละอะไรเพื่อใครอีกเลย”

Score Board

เส้นเรื่อง : ★★★★☆
เส้นรัก : ★★★☆☆
การบรรยาย : ★★★★☆
ออกแบบตัวละคร : ★★★☆☆
ความคมของมีดแทงหัวใจ : ★★★★☆
แนะนำให้อ่าน : ★★★★★

review by beautiestarr

[เหล่าตัวละครที่รัก (และเกลียด)]

กู้หมาง

วีรบุรุษหมาป่าผู้ทุ่มเท — รับทุกบท เป็นทุกอย่าง เสียสละให้ทุกคนจนไม่เหลืออะไรแล้ว แต่ไม่ได้อะไรกลับมาเลยสักอย่าง

สารภาพตรง ๆ ว่าตอนแรกรู้สึกไม่ชอบความทะเล้นเล่นไปเรื่อยของกู้หมาง เพราะส่วนตัวไม่ค่อยชอบคาร์แรคเตอร์ที่ถูกวางมาให้ขัดกันแบบจงใจ เช่น ขี้เล่น-นิ่งขรึม แต่อ่านไปอ่านมากู้หมางก็เริ่มแสดงออกถึงความเป็นมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้อยากเอาใจช่วยอยู่เรื่อย ๆ แปลกอยู่เหมือนกันที่เรื่องส่วนใหญ่เล่าผ่านสายตาโม่ซี แต่ในฐานะคนอ่านกลับเข้าใจกู้หมางมากกว่า แต่พอเริ่มรักในตัวละครนี้ คนเขียนก็ซัดด่านเคราะห์ใส่ไม่ยั้ง เล่นซะอยากบอกกู้หมางว่าช่างแม่งประเทศชาติเถอะ หรือแม้แต่ถึงจุดที่คิดว่าถ้าให้กู้หมางตายไปยังจะดีกว่า สงสารจนไม่อยากเห็นเขาทรมานอีกแล้ว T_T

กู้หมางเป็นตัวละครที่เห็นความสำคัญของประเทศชาติมาเป็นอันดับหนึ่ง เรื่องคนอื่นมาที่สอง เรื่องโม่ซีมาที่สาม เรื่องตัวเองไม่รู้ว่ามีกี่อันดับ แต่กู้หมางจะจัดตัวเองไว้ลำดับสุดท้ายแน่ ๆ เป็นตัวละครที่แทบไม่เห็นว่าจะทำอะไรเพื่อตัวเองเลย เอาแต่ช่วยคนอื่น เสียสละแบบกรีดเลือดกรีดเนื้อ เหลือแค่ชีวิตที่ยังหายใจได้อยู่ แต่ชีวิตที่ว่าก็ยังพร้อมสละเพื่อส่วนรวม เป็นแม่ทัพที่อยู่หน้าทัพ เป็นคนที่เหมาะจะเป็นผู้นำกว่าใครจริง ๆ

แต่กู้หมางเป็นตัวละครที่ใจร้ายกับตัวเองมาก มากถึงมากที่สุด ใจร้ายกับตัวเองแล้วก็ใจร้ายกับโม่ซีด้วย เหมือนกู้หมางคิดว่าโม่ซีคือคนที่เข้าใจตัวเองมากที่สุด สุดท้ายเลยเลือกจะมองข้ามโม่ซีไปทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็รักเขามากมายขนาดนั้น กู้หมางเป็นคนที่เหมือนแบกโลกทั้งใบไว้ใต้รอยยิ้ม เรื่องโกหกมีเยอะมาก ถึงจะโกหกเพื่อช่วยคนอื่น แต่มันทำให้รู้สึกสงสารโม่ซีมากจริง ๆ ยิ่งตอนท้ายกู้หมางก็ยังเลือกจะไม่บอกความจริงโม่ซี ทั้งที่โม่ซีเปิดเผยทุกอย่าง จนแทบจะแหวกอกกรีดหัวใจตัวเองมายื่นให้ แต่นิสัยเสียสละเพื่อชาวบ้านสุดท้ายก็มองข้ามโม่ซีอีกแล้ว น่าตีจริง ๆ แต่ก็ตีไม่ลงเพราะสงสาร


โม่ซี

แม่ทัพผู้บูชารัก — ชนชั้นสูงผู้ไม่แบ่งแยกชนชั้น บุคคลตัวอย่างแห่งปี ผู้ที่เมื่อแน่วแน่ว่าจะรัก นั่นหมายถึงทั้งชีวิต

ทั้งเรื่องแทบจะดำเนินด้วยสายตาของโม่ซี แต่เป็นมุมมองของโม่ซีเกี่ยวกับกู้หมางและคนอื่น ๆ เรื่องนี้ทำให้เข้าใจความรู้สึกโม่ซีที่มีต่อทุกคน และเข้าใจความรักที่โม่ซีมีให้กู้หมางที่มากจนล้นอกจนรู้สึกว่าคน ๆ หนึ่งจะรักคนอีกคนได้มากขนาดนั้นเลยเหรอ แต่จากสายตาของโม่ซีก็ทำให้เชื่อได้จริง ๆ ว่าเขารักกู้หมางขนาดนั้นแหละ รักมากจนเข้าขั้นบูชา

ด้วยที่เล่าจากมุมมองโม่ซีที่มองเข้าไปในชีวิตกู้หมาง คนอ่านเลยรู้เท่าที่โม่ซีรู้ เจ็บเหมือนที่โม่ซีเจ็บ ยิ่งตอนที่ปริศนาของกู้หมางไขออกทีละอย่าง แต่โม่ซีทำได้แค่มองภาพอดีต ยื่นมือเข้าไปไม่ได้ เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ทั้งที่อยากทำใจจะขาด คือเป็นมุมมองที่ทรมานจนคิดว่าการที่คุณโร่วเปาเลือกเล่าผ่านเลนส์ของโม่ซีคือฉลาดมาก มันทั้งอิมแพค ทั้งอึดอัด

ส่วนตัวชอบคาร์แรคเตอร์ของโม่ซีที่เด็ดเดี่ยว ตั้งเป้าหมายแล้วก็จะมุ่งไปทางนั้นอย่างเดียว ความเหมือนของโม่ซีกับกู้หมางคือตรงนี้ เพียงแค่โม่ซีแสดงออกมานิ่งกว่า เสียดายอย่างเดียวคือไม่ค่อยรับรู้เรื่องราวชีวิตของโม่ซีในอดีตเท่าไร เพราะเรื่องนี้ตัวนำเรื่องคือกู้หมาง แค่เรื่องถูกเล่าจากสายตาของโม่ซี T_T


มู่หรงฉู่อี

หัวหน้านักรบไม้ไผ่ผู้แสนดี — พูดน้อย ต่อยหนัก ดูไม่เป็นมิตรแต่กลับอ่อนโยนและจริงใจที่สุด

ไม่พูดถึงน้าสี่ของเฉินฉิงไม่ได้เลย ถึงจะไม่ใช่ตัวละครที่เด่นและไม่ได้ออกเยอะ เราก็รักตัวละครนี้มากพอ ๆ กับกู้หมางและโม่ซี สงสารก็สงสาร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะดูเหมือนสายตระกูลฉู่จะถูกสาปให้รันทดจริง ๆ

มู่หรงฉู่อีเป็นตัวอย่างของการใจดีแต่ให้ไม่ถูกคน ดวงชะตาโดดเดี่ยวจนอยากกอด ห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง กว่าจะหาที่มาของตัวเองเจอก็ในวันที่ไม่มีบ้านอยู่แล้ว ขนาดอีกแค่ก้าวเดียวจะได้สัมผัสกับครอบครัว ตัวเองก็ตายเสียก่อน

ชีวิตสั้น เกิดมาเงียบ ๆ มีอยู่เงียบ ๆ และจากไปเงียบ ๆ แต่เหลือแบบร่างสิ่งประดิษฐ์ไว้ช่วยเหลือคนรุ่นหลัง สิ่งเดียวที่ได้รับรู้และทำให้ใจชื้นคืออย่างน้อยก็มีเศษเสี้ยวของมู่หรงฉู่อีอยู่ในตัวของฉู่หว่านหนิงในอีกหลายร้อยปีหลังจากนี้ อย่างน้อย ๆ ในโลกนั้นก็มีคนช่วยสืบทอดเจตนารมณ์ที่อ่อนโยนแสนดีของเขา TT และอายุยืน รักตัวละครนี้มาก ๆๆๆๆ มากจนอยากเห็นเขาได้ใช้ชีวิต


มู่หรงเหลียน

อัจฉริยะแสร้งเสเพล — เด็กที่โตมาจากครอบครัวที่บีบจนบิดเบี้ยว ร่างกายไหลเวียนด้วยสายเลือดกษัตริย์ แค่กระดิกนิ้วก็มีทุกอย่าง แต่กลับเหมือนคนไม่มีอะไรเลย

เริ่มแรกมาก็เกลียดตัวละครนี้มาก แกก็ทำกู้หมางเหมือนเห็นเขาเป็นหมาตัวหนึ่ง แต่ระดับความโหดร้ายที่ทำใส่กู้หมางคือระดับที่ต่อให้เห็นเป็นหมายังไม่น่าจะทำร้ายกันถึงขั้นนั้น เป็นตัวละครที่เหมือนเกลียดแต่ก็เป็นห่วงกู้หมาง เพราะสุดท้ายตลอดเส้นทางการเติบโต นอกจากกู้หมางแล้วพี่แกก็ไม่มีใคร

มู่หรงเหลียนเริ่มต้นมาแบบบิดเบี้ยว แล้วก็พาให้เสียวใจเล่น ๆ ตลอดเรื่องเพราะบรรยายว่าพี่แกโทรมเหลือเกินจนน่าจะอยู่รอดไม่ถึงตอนจบ แต่ก็ดวงแข็ง และมีพัฒนาการตัวละครที่ก้าวกระโดด บางทีก็เหมือนสองบุคลิก ที่ลึก ๆ เห็นคนลำบากก็ช่วย แต่ทำร้ายคนก็ทำร้าย ค่อนข้างปวดหัวกับตัวละครนี้ แต่เพราะไม่ได้เห็นมุมมองของมู่หรงเหลียนมากนัก ก็เลยอาจจะไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมดว่าสุดท้ายแล้วทำไมพี่แกถึงเป็นคนแบบนี้ได้


มู่หรงเมิ่งเจ๋อ

องค์หญิงผู้เป็นข้อยกเว้นหนึ่งเดียวของโม่ซี— เป็นตัวละครที่นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว อ่อนโยนแต่แข็งแกร่ง

มู่หรงเมิ่งเจ๋อ ตัวละครหญิง? หนึ่งเดียวที่ออกมาเรื่อย ๆ และไม่เคยรู้สึกไม่ชอบ ถึงแม้ตอนสุดท้ายจะเฉลยปมบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกเกลียด อาจจะเพราะวางตัวดีมาก และไม่เคยแสดงทีท่าให้โม่ซีลำบากใจ เคารพการตัดสินใจของโม่ซีเสมอ เป็นตัวละครที่รู้สึกว่าดีมาก และรับรู้ได้ว่ารักและหวังดีกับโม่ซีจริง ๆ แต่ถึงจะดี ทุกคนก็ไม่มีใครขาวสะอาด แต่ที่แน่ ๆ มู่หรงเมิ่งเจ๋อดีกว่าพี่ชายมากในทุกด้าน เหมาะที่สุดแล้วที่จะปกครองแคว้น


เย่ว์เฉินฉิง

หนุ่มน้อยที่จริง ๆ ก็เอาถ่าน — ตัวงอแงขี้กลัว เด็กน้อยของเรื่องที่ทุกคน (เหมือนจะ) เอ็นดู

เปิดมาเหมือนน้องเป็นตัวประกอบที่จะตายตั้งแต่ต้นเรื่อง สรุปคือแทบจะมีเรื่องแยกเป็นของตัวเองแล้ว เป็นเด็กที่ครอบครัวตามใจและมีทุกอย่าง แต่ดันโตมาแบบไม่ได้นิสัยเสียขนาดนั้น น้องเฉินฉิงหายใจเข้าออกเป็นน้าสี่สุด ๆ ถ้ามีโอกาสที่สองน้าหลานได้อยู่ด้วยกันมากกว่านี้ก็คงจะดี กับตัวละครนี้ตอนอ่านก็มีแต่ความเอ็นดู และทุกคนก็ดูจะติดฟิลเตอร์ตามองเป็นน้องน้อยของเรื่องจริง ๆ 55555


จวินซ่าง

ทรราชผู้ที่คำด่าทุกคำบนโลกนี้รวมกันยังไม่สูงพอจะด่า— ตัวละครที่น่าจับมาสับเป็นล้านครั้ง ให้วิญญาณแตกสลายไม่ต้องเกิดมาสร้างความทรมานให้ใครอีก

มู่หรงหลิน ขอบอกว่าตัวละครนี้คือหน้ากากพันหน้า อ่านไปก็ระแวง ไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือไม่ดี แต่แสดงละครเก่งมากจนควรไปเป็นนักแสดงไม่ใช่นั่งบนบัลลังก์ วางแผนเก่งเกินเรื่อง ปั่นหัวคนเป็นงานอดิเรก เป็นคนที่ขี้ระแวงจนไม่ไว้ใจใคร มีทั้งโม่ซีทั้งกู้หมางอยู่ข้างตัว ทั้งที่มีคนสองคนที่ซื่อสัตย์ที่สุดที่โลกอยู่ในมือ พี่แกก็ยังจับเขามาขยี้จนเละ ขยี้ไม่พอจะยังเอาเท้าเหยียบซ้ำ เป็นตัวละครที่เราเกลียดมาก มากจนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยาย

ที่โมโหที่สุดคือหลอกใช้ความภักดีของกู้หมาง คือแกได้เกิดมาบนบัลลังก์ที่มีแม่ทัพที่ดีที่สุดในใต้หล้า แต่แกกลับผลักเขาไปตาย บีบให้เขาต้องรับบทคนทรยศชาติ โมโหอ่า ฮือ ถ้าไม่มีแกสักคน กู้หมางก็ไม่ต้องใช้ชีวิตน่าสงสารขนาดนี้แล้ว


เจียงเยว่เสวี่ย

ผู้มาก่อนที่ถูกบีบให้เป็นผู้มาทีหลัง— ตัวละครที่ทรยศความเชื่อใจอย่างไม่มีชิ้นดี

เอาเจียงเยว่เสวี่ยไว้สุดท้ายด้วยหนึ่งเหตุผล คือรักแรงเกลียดแรง ตัวละครนี้ถึงการกระทำจะไม่เลวเท่าจวินซ่าง แต่ก็เป็นตัวละครที่ทรยศความเชื่อใจคนอ่านมาก ๆ มากที่สุด มากจนเกลียดกว่าจวินซ่าง 555555 จนต้องเอามาไว้ลำดับสุดท้ายเพราะรู้สึกไม่ควรค่าให้เขียนถึงเป็นอันดับแรก ๆ

สิ่งที่อยากพูดเกี่ยวกับตัวละครนี้คือเข้าใจความลำบากที่ได้รับมาในฐานะลูกอนุที่มาก่อนคุณชายสายตรงนะ เข้าใจว่าโดนหล่อหลอมให้บิดเบี้ยว แต่คำถามเดียวคือ “แล้วมู่หรงฉู่อีผิดอะไร” จะแค้นก็ไปล้างแค้นคนที่ทำเลวใส่ไหม แต่เจียงเยว่เสวี่ยดันเลือกทำร้ายคน ๆ เดียวที่แสนดีกับตัวเองที่สุด คือน่าโมโห เข้าใจว่าอยากให้เขาเป็นของตัวเองคนเดียว แต่ทำไมแกไม่เคยคิดถึงสิ่งที่เขาทำให้แกเลยนะ จุดนี้คือพยายามเข้าใจตัวละครนี้มาก แต่สุดท้ายก็สรุปได้ว่าคงทำความเข้าใจจนที่จิตใจไม่ปกติคนนี้ไม่ได้หรอก สุดท้ายมันก็คือข้ออ้างที่ทำให้การกระทำของตัวเองชอบธรรม ทำลายคนที่แสนดีที่สุดทั้งชีวิต บีบจนเขาตาย แล้วยังไงต่อ ได้ตัวเขามา แต่ก็ไม่มีวันได้ใจของเขาอยู่ดี ผิดทั้งศีลธรรม ผิดทุกอย่าง พลาดครั้งเดียวตอนเด็กก็ถือว่าพลาดไป แต่หลังจากนั้นแกทำอะไร!!!! เฮ้อ ตัวละครนี้เป็นตัวละครที่สลับที่กับมู่หรงเหลียนสุด ๆ เหมือนเดินสวนกัน และขอย้ำอีกครั้งว่าเกลียดตัวละครนี้ที่สุดในเรื่องจริง ๆ คุณโร่วเปาอย่างเก่งที่ทำให้คนอ่านเกลียดตัวละครหนึ่งได้มากขนาดนี้ นับถือเลย

[พูดคุยเกี่ยวกับส้นเรื่องและการบรรยาย]

นิยายเรื่องนี้มีเส้นเรื่องที่ค่อนข้างน่าสนใจและเล่าออกมาได้สนุกตามฉบับคุณโร่วเปา การลำดับเรื่องไม่งง การซ้อนปมก็คือไม่ต้องพูดถึง หักแล้วหักอีก คิดว่าหักได้แล้วก็ยังหักได้อีก หักจนปล่อยใจให้ตัวอักษรนำทาง ส่วนเรื่องความขม ก็พาขมไปจนถึงจุดที่ตั้งคำถามว่าทำไมชีวิตคน ๆ หนึ่งมันถึงต้องเจ็บปวดขนาดนี้กัน

ชอบการที่นิยายของคุณโร่วเปาเน้นเล่าผ่านสายตาพระเอก ต่างจากเรื่องส่วนมากที่จะเล่าจากสายตานายเอก ด้วยความที่เป็นมุมมองของคนที่ได้แต่เดาเรื่องต่าง ๆ ไปตามตัวละคร เลยรู้สึกร่วมกับตัวละครได้ชัดเจนในมุมที่ต่างออกไป เช่นว่าแทนที่จะให้กู้หมาง “เล่า” ว่าตัวเองทรมานยังไง ก็ให้ “รู้สึก” ตามโม่ซีไปเลยว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนแค่ได้เห็น ‘คนที่ตัวเองรักสุดหัวใจ’ กำลังทรมาน

กู้หมางไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเล่าความทรมานของตัวเองเลย เพราะขนาดในสายตาคนนอก (อย่างโม่ซี) แค่ได้เห็นทุกสิ่งที่กู้หมางเผชิญ ก็รับรู้ได้แล้วว่าขนาดเราไม่ใช่คนที่เจอมันตรง ๆ ยังทรมานหัวใจขนาดนี้ แล้วตัวของกู้หมางล่ะ? เจ็บกว่าเป็นกี่ร้อยกี่พันเท่า

ตั้งแต่อ่านนิยายแปลจีนมา กู้หมางคือตัวละครที่เสียสละจนสะบักสะบอมที่สุดแล้ว เป็นตัวละครที่ไม่มีความเห็นแก่ตัวในตัวเลยสักนิด ถ้าจะบอกว่าตัวละครทุกตัวไม่มีใครขาว แต่ในทุกเฉดที่มี กู้หมางก็แทบจะเป็นตัวละครที่เฉดอ่อนที่สุดในเรื่องนี้แล้ว

พูดถึงฉากที่ตราตรึงและรู้สึกว่ามันแสดงความเป็นกู้หมางได้ดีที่สุด คือตอนที่กู้หมางมองโม่ซีแล้วพูดว่า

“ข้า กู้หมาง หากมีถ้อยคำใดเป็นเท็จแม้เพียงครึ่งคำ ขอให้ชั่วชีวิตต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปจนตาย เกี้ยวสาวสาวไม่สน เกี้ยวหนุ่มหนุ่มไม่มอง คนที่ข้าชอบแต่งงาน สร้างครอบครัวกับผู้อื่น ใช้ชีวิตสุขสมบูรณ์จนข้าอิจฉาตาย

—กู้หมาง

จบประโยคนี้เราถึงกับต้องพักสายตาจากจอไปพักหนึ่ง รู้สึกว่าคำพูดที่ดูธรรมดามันซ่อนความรักที่กู้หมางมีให้โม่ซีไว้อย่างเปิดเผยแต่ก็หลบไว้ได้อย่างแนบเนียน เรารู้สึกว่าถึงประโยคจะเปิดมาดูเหมือนเล่น ๆ แต่มันสื่อความเป็นกู้หมางได้ดีจริง ๆ เพราะถ้ามองดูการกระทำและคำพูดตลอดทั้งเรื่องที่ไม่ใช่แค่ฉากนี้ กู้หมางไม่เคยลืมว่ามีโม่ซีอยู่ในใจ แต่ก็ไม่กล้าจะวางไว้ในใจเหมือนกัน มันเลยดูเจ็บปวดที่กู้หมางคิดถึงโม่ซีอยู่ตลอดนั่นแหละ แต่ก็แสดงออกไม่ได้เลย สะท้อนความรู้สึกได้ดีสุด ๆ แล้วก็เศร้าจับใจ

#พูดถึงการแปลเล็กน้อย เราไม่มีความรู้เรื่องภาษาจีนเลย เลยไม่รู้ว่าที่แปลมาคือภาษาของคุณโร่วเปาหรือเพราะสำนวนการแปลที่ทำให้เรารู้สึกร่วมไปกับเรื่อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความบีบคั้นทางอารมณ์ที่สัมผัสได้จากการอ่านเทียบกับเรื่องอื่นอย่างฮัสกี้ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เราสัมผัสได้ว่าคงเป็นสำนวนของคนเขียนที่ชอบขยี้ปม / ส่วนการแปลฉบับไทยของคุณกอหญ้าก็รู้สึกว่าเรียบเรียงดี อ่านลื่นไหล ไม่มีตรงไหนงง อาจจะมีคำเชื่อมบางคำที่รู้สึกว่าใช้เปลืองไปบ้าง แต่เคยอ่านเชิญร่ำสุราก็รู้สึกว่าเรื่องนั้นไม่ได้ใช้คำเชื่อมเปลืองเท่าเรื่องนี้ ก็เลยไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็ถือว่าอ่านแล้วไม่ได้ง่ายและไม่ได้ยากเกินไป

[เส้นรักที่รักได้ท่วมท้นแต่แสนสั้น]

สิ่งที่เสียดายในเรื่องนี้คือจำนวนฉากที่กู้หมางกับโม่ซีได้แสดงความรักต่อกัน อย่างน้อยก็ในการทำให้คนอ่านรู้สึกว่าสองคนนี้มีช่วงเวลาที่มีความสุข T_T และมันแทบไม่มีเลย กว่าจะเคลียร์เส้นเรื่องอันเข้มข้นจบ เรื่องก็ดำเนินมาถึงตอนจบแล้ว ตอนพิเศษก็เป็นเรื่องคู่ขนาน ไม่ได้เห็นว่าสองคนนี้มีชีวิตที่มีความสุขแบบไหนบ้างนอกเหนือจากฉากช่วยก่อตั้งสำนักบำเพ็ญ

ทั้งเรื่องการเข้าฉากของกู้หมางกับโม่ซีเยอะมากก็จริง แต่ก็เป็นตอนที่กู้หมางสูญเสียวิญญาณและความทรงจำ การอยู่ด้วยกันของสองคนนี้เลยเหมือนการที่ได้แต่รักอีกฝ่ายอยู่ข้างใน ตลอดทั้งเรื่องเรารับรู้ว่าสองคนนี้รักกันมากแบบตะโกน รักมากแต่กลับไม่มีโอกาสได้รักกันเลย ช่วงเวลาที่กู้หมางสติแจ่มใสน้อยมาก ตอนที่ได้สติกลับมาก็แสนสั้น ตลอดหกเล่มรวม ๆ แล้วอาจจะรวมกันแล้วได้แค่เล่มเดียวหรือเปล่าที่กู้หมางรับรู้เรื่องราวทุกอย่าง แต่ตอนรับรู้เรื่องก็ต้องมาทำภารกิจ มานำทัพ แก้ปมเรื่องและสารพัด ฉากรักที่มีเลยมีแต่ฉากเจ็บ ๆ

ทั้งฉากที่ไร้ความทรงจำและโม่ซีก็ได้แต่รักอยู่ข้างในแต่แสดงออกไม่ได้ ทั้งฉากที่ความจำกลับมาพักหนึ่ง กู้หมางก็ไม่ยอมแสดงออกมาว่ารัก โม่ซีก็ไม่พูด ก็ตึง ๆ กันอยู่แบบนั้น ไหนจะฉากที่ความทรงจำค่อย ๆ หาย คือไหนเอ่ยความสุขของการที่ได้รักและอยู่กับคนที่รัก ทรหดทรมานเกิน คนอ่านก็ใจพังแล้วพังอีก เลยเสียดายมากที่ไม่ได้เห็นเขารักกัน ฮือ

แต่จากจุดนี้ที่เส้นรักน้อยมาก เน้นเส้นเรื่องที่เข้มข้น เรารู้สึกว่าถ้านิยายได้เอาไปทำเป็นซีรีส์คงดี เพราะพล็อตแน่นและเส้นเรื่องเล่าได้น่าสนใจมาก ๆ แถมยังไม่ค่อยมีเรื่องที่เล่นปมกบฎแบบนี้ด้วย แต่ก็นั่นแหละ ความจีน คงไม่มีโอกาสได้เอาไปทำ แต่ถ้ามีก็คงดี เพราะต่อให้ตัวเอกไม่ต้องมีความสัมพันธ์แบบคู่รัก เส้นเรื่องก็แข็งแรงมาก และน่าสนใจมากจริง ๆ

[แนะนำให้อ่าน]

สุดท้ายนี้สำหรับใครที่ลังเลอยู่ ก็อยากจะบอกว่าเรื่องนี้ควรค่าแก่การอ่านจริง ๆ แต่ถ้าใครชอบความโรแมนติกอาจจะไม่เหมาะ เพราะโทนเรื่องขมมาก แต่ความสนุกซับซ้อนคือยกนิ้วให้ ถ้าอยากรู้สึกเหมือนนั่งโรลเลอร์โคสเตอร์เรื่องนี้ก็มอบให้ได้

สำหรับใครที่อ่านฮัสกี้มาก่อนจะได้เห็นเกร็ดเล็ก ๆ จากในเรื่องนี้ด้วย เพราะทั้งสองเรื่องคือจักรวาลเดียวกัน แต่เรื่องนี้เกิดก่อนอยู่หลายร้อยปี มีการพูดถึงอาคม เผ่าปีศาจ แม้แต่ต้นสายตระกูลต่าง ๆ อ่านแล้วรู้สึกเต็มอิ่มจริง ๆ ค่ะ จริง ๆ ในใจมีอะไรอยากเขียนเยอะกว่านี้แต่ด้วยที่ยุ่งมาก กว่าจะปลีกตัวมาเขียนรีวิวได้หลาย ๆ อย่างที่อยากเขียนก็ล่องลอยหายไปไหนแล้วไม่รู้ แต่ก็แนะนำมาก ๆ ไม่เสียดายเงินสักบาทที่ซื้อมาอ่าน และคิดว่าเวลาผ่านไปสักพักก็จะหยิบมาอ่านอีก

Leave a comment