[คำเตือน] การรีวิวนี้**มีสปอยหนักมากกถึงมากที่สุด** กรุณาหลีกเลี่ยงหากยังไม่ได้ดูซีรีส์
Revenged Love (VIU) – จากนวนิยาย Counter Attackโดย Chai JiDan
“ซีรีส์ที่เป็นธรรมชาติจนลืมว่ากำลังดูการแสดง งานสายตาที่ลึกและเล่นเอาตาย”
Score Board
เส้นเรื่อง : ★★★★☆
เส้นรัก : ★★★★★
บท : ★★★★☆
ออกแบบตัวละคร : ★★★★★
ความคมของมีดแทงหัวใจ : ★★★★☆
แนะนำให้ดู : ★★★★★
การแสดง: ∞ ดาวอินฟินิตี้
review by beautiestarr

[เหล่าตัวละครที่รัก (เฉพาะเวอร์ชั่นซีรีส์)]
ฉือเฉิ่ง
พ่องูผู้ประสบแต่เคราะห์รัก — เวลาเล่นก็เล่น แต่รักก็รักแบบไม่เผื่อใจ
เป็นตัวละครที่ดูเสเพล เลี้ยงงู ดูไม่มีงานการทำ (แต่บ้านรวย) เราเลยสงสัยว่ามันจะนิสัยเป็นยังไง เราจะรักตัวละครแนวนี้ได้ไหม ภาพตอนแรกคิดว่าคงเหมือนภาพจำของพระเอกทรงแบด แต่คือไม่ใช่… ฉือเฉิ่งคือคนที่พอมีความรักก็ซื่อสัตย์กับความรักสุด ๆ แถมยังรักแบบไม่เผื่อใจ มีปมความรักแต่ก็ไม่กลัวที่จะรักอีกครั้ง แล้วก็เป็นคนชัดเจน แต่ก็เคารพความรู้สึกคนที่ตัวเองรักด้วย เว่ยเว่ยบอกไม่ ก็ยอมหยุด คือแบบ อยู่ดี ๆ ก็รักตัวละครนี้ไปไม่รู้ตัว TT
คือทั้งเรื่องสิ่งที่แย่สุดที่ทำก็คือโยนเด็กชายกัวให้คนอื่นจัดการ ซึ่งก็เพราะโดนขโมยงูก่อน + ทำให้แฟนเยว่เยว่เกิดอุบัติเหตุ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่เห็นฉือเฉิ่งทำอะไรไม่ดี ชีวิตก็มีแต่ปัญหาวิ่งเข้าใส่ หลัก ๆ ก็จมอยู่กับเรื่องวั่งซั่ว พ่อกดดัน โดนริบงู พอรักเว่ยเว่ยก็กลายเป็นว่าอีกฝ่ายเข้าหาแบบมีเจตนาแอบแฝง งูแสนรักก็ต้องฆ่าเองกับมือ แถมยังต้องตัดใจคืนปีศาจตาเขียวเพื่อตัดจบความสัมพันธ์กับวั่งซั่วอีก แล้วพอรู้ความจริงเรื่องแผนล่อลวงศัตรูก็ยังคงรักเว่ยเว่ยมากจนถึงจุดที่ขอความรักจากเขาเลยอะ คือไม่คิดว่าตัวละครนี้จะมาทางนี้จริง ๆ แต่ยิ่งได้รู้จักก็ยิ่ง เออ สิ่งที่เป็นภายนอกกับตัวตนข้างในมันต่างกันจริง ๆ ฉือเฉิ่งทำเพื่อเว่ยเว่ยกับแม่เยอะมาก แบกรับปัญหาไว้เหมือนแบกทั้งโลก แม่ไม่ให้บอกเรื่องป่วยก็ต้องเงียบ ต้องถูกเข้าใจผิดสารพัด ใจสลายเพราะแฟนหาย พอทุกอย่างเหมือนจะดีก็ต้องติดคุกอีก เกิดแต่กับพี่แกสุด ๆ แต่การที่ฉือเฉิ่งได้มาเจอกับเว่ยเว่ยคือพัฒนาการตัวละครที่เติบโตไปในทางที่ดีมาก แม้ระหว่างทางจะสะบักสะบอม
> เถียนสวี่หนิง : ขอสรุปแบบสั้น ๆ เพราะในรีวิวนี้อวยพี่แกไปเยอะแล้ว ว่ามีสกิล “การแสดงทางสายตาที่หมดจดที่สุด” เล่นระดับเอาตาย นึกว่าโลกนี้มีมาตรฐานแล้ว แต่สวี่หนิงพังมาตรฐานเราไปทั้งหมด จนมาตั้งคำถามว่าถ้าดูเรื่องอื่นแล้วนักแสดงเล่นไม่ได้ระดับนี้ เราจะสนุกและอินกับเรื่องได้อยู่ไหม แล้วไม่ใช่แค่สายตาด้วยนี่สิ ภาษากายก็ไม่แพ้ อยากชมจริง ๆ และหวังว่าในอนาคตจะมีบทที่เข้ากับสวี่หนิงมาให้เราเห็นอีกเยอะ ๆ
อู๋สั่วเว่ย
ผู้เล่นที่แพ้เกมตัวเองไม่เหลือซาก — สร้างเรื่องเพื่อแก้แค้นแต่ดันได้ใช้หัวใจชดใช้แทน
ตัวละครที่ทำหน้าที่เดินเรื่อง มีความจริงจัง จริงใจ แต่ก็มีความคอมเมดี้ในตัวสูง แถมยังโคตรขยัน เป้าหมายการหาเงินสำคัญที่สุด ทำงานมาแล้วสารพัด วัยรุ่นสร้างตัว เว่ยเว่ยยังเป็นคนที่ตั้งเป้าหมายแล้วทุ่มสุดตัว ขนาดตอนเลี้ยงงูยังไปเรียนอย่างจริงจัง ปั้นน้ำตาลก็ฝึกอยู่นั่นจนเก่ง
ด้วยความที่ตัวละครเป็นชายแท้แบบไม่คิดจะชอบผู้ชายมาก่อน เลยอยากชมการวางคาร์แรคเตอร์ตั้งแต่ที่รู้ว่าหมอเจียงเป็นเกย์แต่ไม่เคยมีความเหยียดอยู่ในตัว แม้กระทั่งตอนอยู่กับฉือเฉิ่งก็แสดงออกมาได้อย่างพอดีว่ามันคือความไม่ชินและไม่คุ้นเคย ซึ่งเมื่อรู้ตัวแล้วว่ารัก ก็ทุ่มเทให้กับความรักมาก ยอมรับได้ที่คนที่ตัวเองรักเป็นผู้ชาย หรือแม้แต่ยอมรับแล้วแหละว่าตัวเองคงเป็นเกย์ (เช่นตอนที่ถามหมอเจียงว่าคนที่เบี่ยงเบนไปแล้วมันกลับมาได้ไหม) ที่ชอบอีกอย่างคือตัวละครนี้แม้จะดูซ่า ๆ แต่ก็จริงใจและเป็นคนดีมากนะ ตั้งแต่ที่ร้องไห้ใส่ฉือเฉิ่งในวันเกิดวั่งซั่วเพราะเห็นหัวใจฉือเฉิ่งมีแผลลึกจนไม่อยากหลอกเขาต่อ แล้วก็มีหลายจังหวะที่เว่ยเว่ยอยากจะบอกความจริงเรื่องแผน แต่ก็นั่นแหละ มันก็ไม่ได้ทำกันง่าย ๆ
ตัวละครเว่ยเว่ยกับฉือเฉิ่งเหมือนมาเจอกันเพื่อพากันเติบโต เติมเต็มสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการมาตลอด เว่ยเว่ยต้องการบ้านและคนที่รัก ฉือเฉิ่งก็ต้องการคนรักที่จริงใจและยอมรับในตัวของเขาได้ คือมันดีจริง ๆ ที่สองคนนี้ได้มาเจอกัน คนที่เข้ากันได้ทุกอย่างเลยไม่ว่าจะเรื่องอะไร
> จื่ออวี๋ : อาจจะเพราะคนแสดงน่ารักมากหรือเปล่า ตัวละครเลยน่ารักไปหมดทุกการขยับตัว 55555 เห็นแต่ความน่ารัก ได้แต่อุทานแล้วอุทานอีกว่าทำไมน่ารักขนาดนั้นวะ นั่งยิ้มเหมือนคนเพี้ยนเพราะจื่ออวี๋น่ารักมาก 5555 / เรื่องการแสดง จื่ออวี๋ทำให้เราช็อกที่สุดเพราะเล่นดีมาก ๆๆๆ ตอนแรกก็เห็นอยู่ว่าเล่นเป็นธรรมชาติมาก ซึ่งก็คือมาตรฐาน แต่กลายเป็นย่ิงดูไปยิ่งอึ้งเพราะพอเรื่องเริ่มเข้มข้น การแสดงจื่ออวี๋ก็ยิ่งโหดตาม เราไม่ได้คาดหวังว่าจะจื่ออวี๋จะเล่นลึกได้ขนาดนั้น เวลาส่งอารมณ์คู่กับสวี่หนิงคือไม่มีแผ่ว สาดอารมณ์ใส่กันแบบเหมือนจะให้ตายกันไปข้าง ไม่ว่าจะตอนรักหรือเจ็บ ตัวละครรู้สึกยังไงอยู่ ต่อให้บทพูดจะสวนทางแค่ไหน สายตาจื่ออวี๋สื่อสารออกมาแทนหมดแล้ว เก่งมาก ๆ เก่งมากจนอยากร้องไห้เพราะดีใจที่ได้เห็นนักแสดงที่มีความสามารถขนาดนี้ แล้วขอพูดอีกอย่างว่าตาจื่ออวี๋สวยมาก สวยจริง ๆ เหมือนมีจักรวาลอยู่ในนั้นที่แท้ ใครเห็นก็หลงรัก อาจจะเพราะตาโตด้วยรึเปล่าเวลาแสดงอารมณ์เลยชัดแบบ 4K แต่ ๆๆ ถ้าทำไม่ถึงก็คงออกมาไม่ได้ขนาดนี้หรอก สรุปคือเก่งมากจนไม่รู้จะอวยยังไงให้สมกับความเก่งนี้ น้องเป็นอู๋สั่วเว่ยที่สมบูรณ์จริง ๆ
กัวเฉิงอวี่
Mastermind ที่ดูเงียบ ๆ แต่เก็บเรียบทุกรายละเอียด — ฉือเฉิ่งเบสตี้ เพื่อนรักเพื่อนร้ายที่เมื่อมีความรักทีก็ธงเขียวกว่าทุกเฉดเขียวบนโลกรวมกัน
ชอบที่ตัวละครนี้ขับเคลื่อนด้วยการให้แบบไม่มีเงื่อนไข ตอนแรกก็รักฉือเฉิ่งแบบเพื่อนรักเพื่อนตาย ความสัมพันธ์ที่เป็นอันดับหนึ่งของกันและกันในจุดที่หมอเจียงหรือเว่ยเว่ยก็มาอยู่จุดนี้ไม่ได้ เพราะวางไว้คนละตำแหน่งตั้งแต่แรก ถึงจะร้ายใส่กันแค่ไหนเพื่อนเดือดร้อนก็ปรากฎตัวตลอด พอมารักหมอเจียง ตัวละครนี้ก็เอาการให้แบบไม่มีเงื่อนไขมาใช้อีก คือรวมที่สุดของวัสดุแฟนหนุ่มและสามีที่มีอยู่จริงแค่ในอุดมคติ คอยสังเกตว่าอีกฝ่ายอยากได้อะไร เหมือนชีวิตแค่อยากทำให้เขามีความสุข และทำให้ทุกฝันของหมอเจียงเป็นจริง T^T แถมยังเทคแคร์ตัวละครรอบข้างไปหมด อบอุ่นขนาดนั้นได้ยังไงหนอ
ที่ชอบอีกอย่างคือชอบความที่ชายกัวเหมือนกระจกสะท้อนฉือเฉิ่ง มีเลขาเหมือนกัน เลี้ยงงูเหมือนกัน ทำอะไรก็เหมือนกัน รู้ใจกันไปหมด มีฉากสองคนนี้ที่ไรคือเชื่อตลอดว่ามันเพื่อนตายของแท้ 555555
แล้วแฟชั่นชายกัวคือที่สุด แต่งตัวดีมาก ลุคเสื้อไม่ซ้ำลายไม่ซ้ำสีคือโคตรเอกลักษณ์ และมันหล่อมาก หล่อจริง ๆ ฉากชายกัวทีไรคือนั่งเขินจนเกือบโฟกัสเรื่องไม่ได้ อิจฉาหมอเจียง กรี๊ด
> จ่านเซวียน : คนนี้ก็เล่นออกมาได้สายตาแพรวพราวตลอด ไม่ค่อยมีฉากที่ต้องปล่อยของหนัก ๆ สักเท่าไร แอร์ทามก็น้อยเลยไม่รู้ว่าสกิลของพี่แกเล่นได้ถึงขั้นไหน แต่ การที่ออกน้อยแต่ทำคนดูเขินเป็นบ้าตายได้ หรือตกคนดูจนอิจฉาหมอเจียงได้ก็ไม่ธรรมดา ยอมรับว่าพี่แกหล่อจริง หล่อแบบออกมาทีก็แย่งซีน หล่อจนตาพร่า หล่อจนลืมอ่านซับ… 55555 แต่การที่ตัวละครนี้ออกมาเป็นที่รักได้ขนาดนี้แน่นอนว่าความหล่ออย่างเดียวไม่พอ มันคือการนำเสนอที่กลมกล่อม และจ่านเซวียนก็ผ่านทุกข้อเลย T^T
เจียงเสี่ยวไซว่
คุณหมอที่หัวใจอบอุ่นที่สุด — คนที่ความเฮงซวยของชีวิตไม่สามารถพรากความอบอุ่นเหมือนแสงตะวันได้
พูดถึงตัวละครเสี่ยวไซว่คือเหมือนเป็นบ้านเคลื่อนที่ เป็นที่พักใจ เป็นร่มในวันฝนตก เป็นความอบอุ่นในหน้าหนาว เป็นลมเย็นลดความระอุของฤดูร้อน TT เป็นคนที่ใจดี อ่อนโยน แสนดีจนไม่สมควรถูกทำร้ายที่สุดแล้ว
แม้จะโดนร้ายใส่ก็ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ที่จะช่วยเหลือคนอื่นต่อไป แต่ในความอ่อนโยนใจดีก็สู้คนเอาเรื่องอยู่ เห็นได้จากตอนที่พยายามปกป้องเว่ยเว่ย เป็นเพื่อนที่อยากจะมีสักคนในชีวิตนี้จริง ๆ ตัวละครนี้ไม่ได้สนิทกับเว่ยเว่ยมาก่อนด้วยซ้ำ มาเจอกันครั้งแรกที่คลินิกแต่ก็ยื่นมือช่วยพอรู้ว่าอีกฝ่ายเดือดร้อน ช่วยแม้แต่วั่งซั่วศัตรูหัวใจเพื่อน คิดดูว่าใจดีขนาดไหน
พอรู้ว่าคนแสนดีแบบนี้เคยมีปมจนเกือบจะจากโลกนี้ไปคือเจ็บจนจุก อยากจะเข้าไปกอดให้กำลังใจ ติดที่ในวันนั้นหมอเจียงไม่มีใคร ได้แต่ลุกเอง และผ่านวันเวลานั้นมาด้วยตัวคนเดียว หมอเจียงเผื่อแผ่ความอบอุ่นให้ทุกคนจนแม้แต่กัวเฉิงอวี่ยังห้ามใจไม่ให้ตกหลุมรักไม่ได้ แต่ในความอบอุ่นนั้นคนดูก็สัมผัสได้ว่าหมอเจียงไม่ศรัทธาในความรักอีกแล้ว ทั้งยังพูดอยู่บ่อย ๆ ว่าอยู่คนเดียวก็สบายดี การที่ได้เห็นตัวละครนี้ค่อย ๆ เปิดใจรับชายกัว เห็นความอดทนและสม่ำเสมอของชายกัวที่มีให้คือมันอุ่นใจมากจริง ๆ คือในที่สุดหมอเจียงก็มีคนที่พร้อมจะรักและพร้อมจะโอบกอดไว้แล้วนะ ความสัมพันธ์ของคู่นี้ทำให้อยากร้องไห้จริง ๆ
ที่ชอบอีกอย่างคือเคมีคู่กัดกับฉือเฉิ่ง 5555 คือเหมือนจะตีกันตลอดเวลาโดยมีตัวแปรกลางคือเว่ยเว่ย มองว่าน่ารักมาก เวลาอยู่กับเว่ยเว่ยก็ตลกและเพี้ยนพอกัน มีความเป็นผู้ใหญ่แต่ก็มีมุมแบบเด็ก ๆ
> หลิวเซวียนเฉิง : การแสดงดูออกเลยว่าน้องมือใหม่แกะกล่องสุด ๆ แต่แม้จะเป็นมือใหม่ก็กลับทำได้ดี และไม่จมเลยในบทระหว่างสี่คน อายุน้อยที่สุดแต่ก็เล่นเป็นคนอายุมากกว่าตัวเองได้แบบไม่ติดอะไร (นอกจากหน้าเด็กมาก) 5555 ด้วยความที่ดูออกว่าน้องเด็ก ก็เลยเอ็นดูทุกฉากที่ออกมา และรอจะให้น้องออกมาบ่อย ๆ
[พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้สักหน่อย]
การเล่นกับความรู้สึกแบบแอดวานซ์
ช่วงอีพี 15-16 คือนอกจากบทจะอัดความเครียดให้ฉือเฉิ่งจนเหมือนคนจมน้ำตลอดเวลา บทยังเหมือนต่อยต้าเว่ยหมัดแล้วหมัดเล่าแบบกะเอาให้ลุกไม่ขึ้น แฟนเก่ากลับมา – เจอเขาจูบ – ฉือเฉิ่งโกหกว่าไปหาลูกค้า – วั่งซั่วมาป่วนที่บริษัท – เจอคลิปอดีตแสนหวานของฉือเฉิ่ง – เขาไม่หึง – เขาไล่ออกจากบ้าน – เสียแม่ เออออ เอา เอาให้ตายไปข้างเลย
การปล่อยหมดไม่กั๊ก การเล่าเรื่องที่โคตรกล้า อะไรใหม่ ๆ สุด
การที่ฉือเฉิ่งเคยจูบมาหมดทุกคนคืออะไรใหม่ ๆ จริง แม้กระทั่งจูบชายกัว 5555555 แบบคือถามว่าคนดูใครไม่อึ้ง ตัวละครอึ้ง คนดูช็อก คือยอมใจกับบทที่กล้าให้ตัวละครทำแบบนี้แบบไม่ต้องมาสนกระแส (อาจจะเพราะโมเดลการโปรโมทไม่ได้ขายคู่จิ้นที่ต้องหวงคู่ไว้จนสกินชิปกับคนอื่นแล้วจะมีดราม่า) แต่ก็ยังถือว่ากล้าอยู่ดี โดยเฉพาะเถียนสวี่หนิงที่แบบ spirit นักแสดงสูงเสียดฟ้า กลืนตัวละครแล้วเคี้ยวเข้าไปเลยของแท้
การท้าทายรัฐบาลกับซีรีส์ที่ไม่ใช่แค่ Bromance / มิตรภาพ
คือยอมที่เขากล้าทำ ยอมที่นักแสดงกล้าเล่น แต่ก็แอบห่วงว่าเส้นทางในวงการแสดงจะมีปัญหาในอนาคตหรือเปล่า เรื่องทำออกมาได้ดีจริงนะ แต่ความประหลาดในประเทศเขาก็ยังเยอะอยู่
นักแสดงที่พากันเล่นเอาตาย เคมีที่เข้ากันหมดทุกคน และการไม่หลุดอินเนอร์
การแสดงที่ไม่มีใครหาย ไม่มีใครจม เพี้ยนก็เพี้ยน เจ็บก็เจ็บ หวานก็หวาน เล่นใส่กันสุดแบบที่ต้องบอกว่าเก่งกันทุกภาคส่วน ทั้งนักแสดง ผู้กำกับ บท คือความที่ตัวละครไม่หลุดอินเนอร์ตัวเอง มีเป้าหมายตัวเอง ไม่เผลอใส่มุมมองพระเจ้าเข้าไป ทุกคนมีเหตุผลการกระทำของตัวเองที่เข้าใจได้ ไม่ได้ทิ้งตัวละครไหนไว้ข้างหลัง ทุกอารมณ์ก็เก็บแบบกริบ รู้สึกอึดอัดตาม งานสายตาทุกคนคืออยากปรบมือให้ รู้เลยว่าไม่ได้ถ่ายแต่ละฉากแค่ให้ผ่าน ๆ ไป
ธรรมชาติจนลืมว่าดูซีรีส์อยู่
ความธรรมชาติในเรื่องคือเหมือนนั่งดูชีวิตของใครสักคนแบบจริง ๆ เลย ถึงจุดหนึ่งคือเหมือนเราเป็นผีในห้อง
การผสมผสานความสมจริงกับความบ๊อง มุกตลกที่ปล่อยออกมาถูกจังหวะ
ทุกตัวละครมีความคอมเมดี้และตรรกะบางช่วงที่ประหลาด แต่บังเอิญว่าความประหลาดนั้นดันสมเหตุสมผล ส่วนนี้ทำให้โทนเรื่องไม่เครียดมาก (เหรอ) เลยเป็นที่มาของการโดนแซวว่าเพี้ยนกันหมด เช่น การเล่นผึ้งน้อย การกินชาไข่มุก การที่เราอกหักก็ต้องป่วนเพื่อนไม่ให้สงบสุข เป็นต้น 5555555 อะไรคือตุ๊กตาตาโตไปเลยกลัว อะไรคือฉือเฉิ่งเรียกชายกัวเกอเกอ แซะกันระยะเผาขน นินทายันพ่อ เอยใด
การปรับบทจากนิยายเป็นให้กลายเป็นบทซีรีส์ที่ดีขึ้น
ไม่เคยอ่านนิยาย แต่เห็นว่าปรับให้ทุกตัวละครเป็นคนดีขึ้นมากอยู่ ไม่เล่นประเด็นนอกใจหรือนำเสนอความชายแท้ท็อกซิก ปรับเรื่องแม่เว่ยเว่ยให้รู้เรื่องความสัมพันธ์จนเหมือนช่วยตัวละครฉือเฉิ่งที่น่าสงสารไ้ด้ปลดปล่อยปมในใจ หรือแม้แต่ให้พี่สาวฉือเฉิ่งซัพพอร์ตน้อง และให้ตัวร้ายกลายเป็นแฟนเก่าเยว่เยว่แทน
การตัดต่อที่ลื่นขึ้นเรื่อย ๆ
ช่วงตอนแรก ๆ รู้สึกว่าการตัดต่อแปลกมาก แต่นักแสดงก็แบกรอด ช่วงเริ่มเข้าอีพี 8 เป็นต้นไปคือฉากเริ่มสวยขึ้น จังหวะเอย การตัดต่อเองก็ลื่นขึ้นมาก
เพลงประกอบที่ดี
คือฟังติดหูมากทั้งเสียงน้องจื่อและเสียงจ่านเซวียน โดยเฉพาะเสียงจ่านเซวียนคือฟังแล้วนั่งเขินเหมือนคนบ้า ถถถถถถ
[โค้งสุดท้าย]
หักคะแนนอีพี 23 แบบประหลาดใจ
เรื่องนี้ทำดีมาตลอดตั้งแต่อีพีแรกมาจนอีพี 22 ที่จริงก็ลุ้นตลอดว่าจะรอดอาถรรพ์ตอนช่วงจบไหม สรุปคือไม่รอด TT รู้สึกว่ามีการเล่าเรื่องที่ไม่จำเป็นเยอะเกินไป เช่นฉากในโกดังที่คุยกับตัวร้าย ฉากต่อรองกับอดีตเลขา ฉากบอกลาบ้านที่แช่นานมาก หรือแม้แต่ตอนขายน้ำตาลปั้นก็เล่านานมาก ๆ ทั้งที่แค่เปลี่ยนเสื้อผ้าหลาย ๆ ชุดแล้วเล่าแบบ montage ก็เข้าใจแล้วว่าผ่านเวลา สิ่งเหล่านี้สามารถเล่าได้คมกว่านี้จริง ๆ นะ เสียดายการเล่าเรื่องที่ดีมาตลอดมาก ๆ ซึ่งในอีพีนี้ปัญหาอาจอยู่ที่การตัดต่อ? หรือเพราะว่าเร่งออนเลยปรับกันไม่ทัน?/ สองพี่น้องวั่งเจิ้นกับวั่งซั่ว อันนี้คือไม่ได้สำคัญกับเรื่องช่วงนี้เลย อย่างช่วงกลางเรื่องที่หลายคนไม่ถูกใจ เรายังมองว่าเพราะสองตัวละครนี้เข้ามาป่วนเรื่องถึงเดิน แต่ในอีพี 22 ผิดหวังมาก เพราะว่าเส้นเรื่องสองคนนี้ไม่ได้ทำให้เรื่องเดินไปข้างหน้า เสียใจที่สามารถมีฉากอื่นที่สามารถเติมเข้ามาได้ แต่ไม่ทำ เช่นแอร์ทามของชายกัวกับหมอเจียงที่พยายามช่วยฉือเฉิ่ง
ความไม่สมเหตุสมผลที่จับได้ครั้งแรก
การที่ต้องเอาเงินห้าล้านหยวนให้เลขาเก่า ทั้งที่จริง ๆ จับส่งตำรวจไปตอนนั้นเลยก็ได้ มันจะไปไหนได้ ตำรวจสืบกันเองก็ได้ หรือแม้แต่ว่าชายกัวช่วยฉือเฉิ่งอยู่แล้วแน่ ๆ เลยมองว่าเงินห้าล้านที่ต้องขายบ้านเพื่อให้ได้มาตรงนี้มันไม่เมคเซ้นส์ ต่อให้ชายกัวกับหมอเจียงจะเคารพการตัดสินใจของเว่ยเว่ยที่จะไม่ยืมเงิน แต่เหตุผลของการนำเงินไปใช้เพื่อต่อรองให้อิเลขามอบตัวก็ยังตลกเกินไปจริง ๆ หรือมันไม่มีทางอื่นแล้วจริง ๆ เหรอ หรือยังไง เช่นว่าถ้ามีแค่คำขู่ แต่ไม่มีตัวเลขาอยู่ในมือ อันนี้มันต่อรองด้วยเงินห้าล้านได้นะ ว่าถ้าให้มาจะมอบตัว หรือแม้แต่จะวางแผนร่วมกับตำรวจดักจับตอนส่งมอบเงินก็ยังได้ (เพราะยังต้องใช้เงินมาต่อรองอยู่) แต่นี่เลขาก็จับมาต่อยแล้วอะ อยู่ในมือแล้วเนี่ย กรี๊ดดดดดดด หรือถ้าจะให้มีฉากต่อย ก็เขียนให้คุยกันเสร็จมันหนีแล้วหาตัวไม่เจอก็ได้อะ (หรือจริง ๆ มันเป็นแบบนี้แต่เขาตัดออก?) + ตอนขายบ้าน งงอินเนอร์คนซื้อบ้านมาก สรุปแกอยากได้บ้านไหมนิ รู้สึกแปลกไปหมด ทำไมกันนะ
การส่งอารมณ์ที่น้อยแต่มาก
ฉากคู่หลักออกแค่ช่วงท้าย แต่งานสายตายังคงทำได้ดีเหมือนเดิม เห็นได้ชัดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่นักแสดง
รางวัลเพื่อนรักดีเด่น
ทั้งฉือเฉิ่งกับอู๋สั่วเว่ยโชคดีมากที่มีเพื่อนแบบกัวเฉิงอวี่และหมอเจียง แบบว่าฟ้าส่งสวรรค์จัดแจงมาก (และชอบมากที่คู่รองก็คือคนสองคนที่แสนดีมาเจอกันจากผลพวงของคู่หลัก) หมอเจียงให้ยืมเงินแบบไม่หวง จริง ๆ ต่อให้ไม่ได้ใส่มาก็รู้ว่าชายกัวเสนอตัวแล้วแน่ ๆ แค่เว่ยเว่ยไม่รับเพราะอยากพิสูจน์ตัวเอง แล้วก็ยังมาเป็นห่วงเว่ยเว่ยแทนฉือเฉิ่งให้อีก คือความสัมพันธ์ของสี่ตัวละครมันโคตรดี ดีจนงงว่าทำไมไม่เล่าต่อ จะใส่วั่งเจิ้นกับวั่งซั่วมาทำไม
ตอนจบดีมากแต่ 33 นาที รวมไตเติ้ลและเครดิต คือสั้นเกินไปไหม 5555
สรุปโดยรวมรู้สึกว่าจบทุกอย่างได้โอเคนะ มีแค่อีพี 23 เท่านั้นที่โดดออกมาจากเพื่อน เสียดายที่เวลาน้อยไปหน่อยทั้งที่คนดูคาดหวังอย่างน้อยก็สัก 40 นาที TT ยังอยากเห็นพวกเขาบนจอนานกว่านี้อีกหน่อย แต่อย่างน้อยก็ถือว่าขมวดได้ดี ไม่มีความรู้สึกติดค้างอะไรในใจ แค่รู้สึกว่ามันอิมแพคได้มากกว่านี้ และมองว่าฉือเฉิ่งเจอหน้าเว่ยเว่ยคงไม่มาเก๊กก่อน (ถึงแม้ฉากนั้นจะหล่อมากกกก) คิดว่าคงพุ่งไปกอด เว่ยเว่ยก็เหมือนกัน คิดว่าฉือเฉิ่งไม่พุ่งใส่ เว่ยเว่ยคงโดดขึ้นรถไปกอดแล้วเปล่า
[ฉือเฉิ่ง เว่ยเว่ย ชายกัว หมอเจียง]
เส้นรัก
เราให้คะแนนเส้นรักเรื่องนี้เต็ม เพราะสัมผัสได้และเข้าใจได้ทุกอย่างว่าทำไมตัวละครไหนถึงรักตัวละครไหน และความรู้สึกรักมันลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ ตามการพัฒนาของตัวละครยังไง ไม่ติดเรื่องนี้เลยและเรื่องเล่าได้มีมิติมาก ๆ แม้แต่ความยึดติดของวั่งซั่วเราก็เข้าใจ
เส้นมิตรภาพ
อันนี้ชอบมากกว่าเส้นรักอีก 55555 เพราะมันทำให้รู้สึกว่าบนโลกนี้เรายังมีเพื่อนดี ๆ ที่คอยอยู่ข้างเราไม่ว่าเราจะลำบากแค่ไหน อย่างชายกัวอาจจะเป็นไม้เบื่อไม้เมาเพราะความเข้าใจผิดมาหลายปี แต่ทุกครั้งที่ฉือเฉิ่งเดือดร้อนก็ออกตัวตลอด หมอเจียงที่ได้มาเจอเว่ยเว่ย แล้วสองคนนี้ก็พึ่งพากัน (แม้ส่วนใหญ่จะเป็นหมอเจียงที่ช่วยก็เถอะ) คือมิตรภาพตรงนี้มันแข็งแรงมาก จนดูไปแล้วรู้สึกว่าชีวิตนี้ถ้ามีเพื่อนแบบนี้จะดีสักแค่ไหน แล้วดูไปก็ยิ่งดีใจที่พวกเขาได้มาเจอกัน ความเพี้ยน ป่วน ป่วง ออกมาชัดที่สุดตอนสี่คนนี้อยู่ด้วยกันจริง ๆ นะ 5555
ชอบคู่หลัก แต่ตกหลุมรักคู่รองแบบขึ้นไม่ไหว
จากที่เขียนรีวิวมาอาจจะเห็นว่าเราพูดถึงคู่รองบ่อย ไม่ใช่ว่าเราไม่ชอบคู่หลักนะ เราเอาใจช่วยตลอดนั่นแหละ แค่ว่าเราชอบไวบ์คู่รอง ชอบความสัมพันธ์ที่มันนุ่มนวล ค่อยเป็นค่อยไป (แล้วก็เพราะโดนชายกัวตกหนักมาก TT) ตั้งแต่ฉากที่แสงสีทองส่องหน้าตอนที่หมอเจียงนวดให้ชายกัวเราก็ช็อกไปเลย เพราะมันสุดแสนจะ magical จริง ๆ ถ้าให้เรื่องงานแสงและภาพ ของยกให้ฉากนั้นเป็นที่สุด ใครจะไม่ตกหลุมรักไหว TT
[ฉากที่อยากพูดถึง]
ฉากลองนวดคอบ่าไหล่ของคู่รอง – ที่พูดถึงคือฉากนี้เลย ตอนที่แสงส่องหน้ากัวเฉิงอวี่กับเสี่ยวไซว่คือที่สุดแห่ง magical moment มาก ๆๆๆๆ แบบว่าต้องอุทานว่าโอโห มันสวยจริง ๆ มันใจสั่น มันโกลเด้น สวยจนรู้สึกตกหลุมรักไปด้วยเลย ชายกัวคือหล่อมาก หล่อจนอยากจะบ้า หลังจากนั้นมาก็มัวแต่มองหน้าชายกัวจนลืมอ่านซับ
ฉากพาต้าเว่ยไปแนะนำกับคนในวงการศิลปะ – คือรู้สึกว่ามันเรียล แล้วฉือเฉิ่งก็ทำเพื่อประโยชน์ต้าเว่ยสุด ๆ ทั้งภาษามือ ภาษากาย คือเชื่อเลยว่านี่คือคนมีเส้นสายที่กำลังแนะนำและสอนงานไปในตัวจริง ๆ ยิ่งตอนชี้ให้รินเหล้าคือแบบตัวจริงวงการมาก คือชอบมาก ทั้งที่มันไม่ใช่ฉากเด่นอะไรแต่ชอบมวลความหวังดีที่มีให้กันมาก ๆ
ฉากที่ไปฟาร์มงูของหมอเจียงและชายกัว – ตอนหมอเจียงเลื่อนให้ดูรูปงูแล้วชายกัวเจอรูปตัวเองคือ 55555555 ถึงกับต้องหยุดมาขำ มันทั้งเขิน ทั้งฮ้อป คือคนดูหน้าเบี้ยวไปหมดแล้วของจริง แล้วนักแสดงก็เล่นดีมาก คืออายแทนหมอเจียงมาก สงสาร 55555 secondhand embarassment สุด
ฉากอุ้มเว่ยเว่ยให้หมอทำแผล – อะไรใหม่ ๆ มาก 555555555 คือชอบจนไม่รู้จะพูดยังไง คือเขาดีไซน์ซีนเก่ง ไม่ซ้ำ ครีเอท น่ารัก หวาน กวน เขิน สปอยแฟน คือรวมกันหมดในฉากเดียว แล้วสายตาของฉือเฉิ่งคือจบสิ้นแล้ว นับจากจุดนี้ไปคือคลั่งรักแบบล้านเปอร์เซ็นไม่สนอะไรทั้งนั้นจริง ๆ ต้าเว่ยน่ารักมากกกก คือแบบน่ารักจนแบบเป็นฉือเฉิ่งจะห้ามใจไม่ให้ชอบยังไงไหว คนดูก็ไม่ไหว
ฉากหมอเจียงเมาปลอมได้เมาจริง – หลังจากคันยุบยิบในใจเพราะชายกัวไม่มาวอแว เพื่อนรักก็แก้ไขปัญหาด้วยการตกลงกับชายกัวให้ไปจีบคนอื่น 5555 อาจารย์ช้ำจริงเลยทีนี้ ก็ชอบเขาไปแล้ว ตลก สองคนนี้อยู่ด้วยกันแล้วเพี้ยนจริงจังมาก แต่ก็ชอบทุกฉากเพราะวุ่นวายมากจริง ๆ
ฉากตามไปประกาศในผับว่าจะเลิกสนับสนุนกิจการ – คืออย่างงอน อย่างเหวี่ยง อย่างวีน อย่างไม่ยอมสุด ๆ หน้าฉือเฉิ่งคือหุบยิ้มไม่อยู่แล้ว ยิ่งตอบจับมือแล้วดึงให้ลุก เดินออกไปด้วยกันพร้อมพลุกระดาษด้านหลังคือ 5555555 เลขาคือควรขึ้นเงินเดือนแล้วไหม ตลก ฉากทั้งสวย ทั้งสะใจ ทั้งขำ ทั้งเขิน ชอบมากจริง ๆ
ฉากทวงใบรับรองก่อนโดนพ่อโทรขัด – อันนี้เล่นดีมากกกกกกก มู้ดดีมาก อารมณ์แบบที่สุด ความแสดงความเป็นเจ้าของ ความนายห้ามมองคนอื่น ความกัด ความงอแง ความไม่ยอมแฟนเก่า คือแบบควรเป็นฉากเดอะเบสท์จริง น้ำตาเว่ยเว่ยตอนกอดฉือเฉิ่งอีก คือมันลงตัวทุกอย่าง สิบสิบสิบ มันปลดล็อกตัวละครทั้งสองตัวว่าหลังจากนี้จะไม่มีอะไรมาแทรกกลางแล้ว แล้วกอดกันแบบแน่นจนจะหายใจไม่ออกแทน แต่เออเข้าใจเลยว่าอยากใกล้ที่สุดอะ ก็ทำได้แค่กอดอีกฝ่ายไว้ให้แน่นที่สุดแบบนี้แหละ แงง ชอบมาก
ชายกัวดูแลหมอเจียงตอนเมา – คือ มีแค่คำถามเดียวว่าจะหาคนแบบชายกัวได้จากที่ไหน อ่อนโยนมาก อยากร้องไห้ ผู้ชายที่ไม่มีอยู่จริง ผู้ชายที่ขอโทษทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำผิด เขาละเมอพูดอะไรก็จัดให้ตามนั้น แพ้ความอบอุ่นของกันและกันสุด ๆ และไหนจะตื่นมาแล้วหมอเจียงใส่ชุดนอนลายทางของชายกัว คือน่ารักมาก น่ารักแบบมาก แง ๆๆๆ ชอบเป็นพิเศษ ทำไมเสื้อลายทางถึงดูน่ารักบนตัวหมอเจียงขนาดนั้นก็ไม่รู้
ฉากจุดพลุปิดหูสุดหวาน – คือหวานมากกกกกกก ต้าเป่ามองพลุตาเป็นประกายสุด ๆ แบบเหมือนมีจักรวาลในตา ส่วนฉือเฉิ่งก็ไม่เอาอะไรแล้ว จะมองแฟน คือฉากสวยมาก อารมณ์ดีมาก เป็นฉากน่าจดจำอีกฉากจริง ๆ
ฉากเอาขาก่ายเล่นโทรศัพท์ – ใครก็ตามที่ดีไซน์ฉากนี้คืออยากจะกราบฝากตัวเป็นศิษย์ มันเหมือนการกระทำที่ไม่มีอะไรเลย แต่ด้วยความที่มันธรรมดามาก มันเลยไม่เหมือนกำลังดูซีรีส์ คือมันเหมือนเราเป็นผีในห้องแอบมองคนรักกัน ตัวละครเล่นเป็นธรรมชาติแบบตะโกน คือดีจนต้องตั้งคำถามว่านี่คนดูทำอะไรอยู่นะ เราอยู่ในฐานะไหน ดีมากขนาดนั้นแหละ ฉากที่ดูเหมือนไม่สำคัญแต่สำคัญและสะท้อนความสัมพันธ์ตัวละครชัดเจนมากว่าสบายใจต่อกันแค่ไหน personal space คืออะไรไม่รู้จัก ขอให้ได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่อีกคนก็อุ่นใจ ประมาณนั้นเลย
ฉากอดีตเพื่อนรักตรงทางสามแยก – อันนี้ต้องชมการเล่าเรื่องผ่านโลเคชั่น มุมกล้อง สีหน้านักแสดง ที่ต่างคนต่างการละครใส่กันด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันสุด ๆ ระดับอารมณ์ที่แสดงผ่านใบหน้าฉือเฉิ่ง ชายกัว วั่งซั่วก็คือแบบ โอโห ลึกล้ำเกิน เล่นเก่งกันจะบ้า ทุกคนแบกอดีตที่เจ็บปวดไว้เต็มอก คนนึงเสียแฟน คนนึงเสียเพื่อน ส่วนอีกคนเสียทั้งเพื่อนทั้งแฟน การเล่าผ่านภาพของฉากนี้คือไม่พูดถึงไม่ได้เลยจริง ๆ
ฉากฉือเฉิ่งน้ำท่วมปาก บอกได้แค่ไปหาลูกค้า – งานสายตาฉากนี้คือดีมาก คำพูดกับสายตาสวนทางกันแบบสุด ๆ บรรยากาศที่เต็มไปด้วยมวลความอึดอัด ทั้งคำพูดที่เรียบง่ายแต่หัวใจแตกสลายของเว่ยเว่ย ทั้งความรู้สึกผิดมหาศาลแต่ก็พูดเรื่องแม่ออกไปไม่ได้ของฉือเฉิ่ง จังหวะโคลสอัพสายตาฉือเฉิ่งที่รู้เลยว่าต้าเว่ยไม่เชื่อคือแบบ เจ็บปวดแบบโอ้ย หายใจไม่ออก สงสารทั้งคู่ สงสารพี่ฉือมาก มันรุมเร้าประเดประดังทุกทาง
ฉากนอนมองเพดานด้วยแววตาที่เหมือนจะว่างเปล่าแต่ก็เหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาของต้าเว่ย – คือดีอีกแล้ว คือน้องจื่อแสดงอารมณ์ทางสายตาเก่งมากกกกกกกก มากๆๆๆๆ ไม่รู้จะอวยยังไง สวี่หนิงก็ไม่แพ้ ช่วงนี้สายตาบอกหมดว่ามีแต่เรื่องเครียดเต็มอก คือไม่มีความสุขในแววตาของใครเลย
ฉากวั่งเจิ้นกางร่มให้ตอนฝนตก – นี่ชอบมากที่คนกางร่มไม่ใช่ฉือเฉิ่ง เพราะมันขยี้ความรู้สึกของเว่ยเว่ยได้แบบเละไม่เหลือชิ้นดีมาก ว่าทำไมในช่วงเวลาที่เราต้องการเขา อยากให้เขาสนใจ อยากให้เขาใส่ใจ มันกลายไปเป็นคนอื่นที่ทำแทนให้หมด มันยิ่งย้ำความไม่สำคัญ เลยแบบโอ้ย ก็เล่นกับความรู้สึกกันจนกันน่วมไปหมดแล้ว
ฉากให้พูดว่าฉือเฉิ่งไม่รักวังซั่ว – ฉากนี้ที่หลายคนไม่เข้าใจฉือเฉิ่งว่าทำไมไม่พูด อันนี้เรารู้สึกเข้าใจฉือเฉิ่งมากนะ ระยะเวลาสิบปี ความทรงจำ ทั้งที่สวยงาม ทั้งที่เจ็บปวด มันไม่ใช่สิ่งที่ระยะเวลาแค่ปีเดียวแล้วจะลบได้ ต่อให้ตอนนี้จะรักต้าเว่ย แต่จะให้พูดว่ามันไม่หลงเหลือความรักให้วั่งซั่วอยู่เลยมันก็พูดยาก นี่รู้สึกว่าตัวละครฉือเฉิ่งต่อให้จะเหลือความรู้สึกแค่ 0.000001% แต่ตราบใดที่มันยังเหลือ ก็คงจะไม่ยอมรับตัวเองได้ง่าย ๆ ถ้าไม่ถูกกระตุ้นจนถึงที่สุด เลยเป็นเหตุผลที่ในฉากนี้ยังไม่พูดเพราะไม่อยากหลอกตัวเองมากกว่า / แต่ก็เพราะฉือเฉิ่งไม่พูดนี่แหละ วั่งซั่วเลยกอดความหวังสุดท้ายไว้สุดชีวิต ทั้งที่ก็รู้ว่าไม่มีวันได้ฉือเฉิ่งคืนแล้ว
ฉากบอกเลิกหลังเจอสมุดต้าเว่ย – คือแบบ ฉากนี้แบบ อยากกัดลิ้นตาย ฉือเฉิ่งแบบยอมทุกอย่างแล้ว บอกรักแบบไม่มีคำว่ารัก แค่ว่าต้าเว่ยก็ปวดใจไปหลายวัน แต่ถึงจะพูดว่าไม่รัก แต่พี่คือไม่รักกี่โมง แล้วต้าเว่ยก็ไม่ใช่แปลไม่ออกนะว่าเขาบอกรักตัวอะ แค่รู้สึกว่าตัวเองสู้วั่งซั่วไม่ได้อยู่นั่น สภาพทั้งคู่คือหัวใจแบบยับเยินมาก ส่วนประโยคที่เว่ยเว่ยบอกว่าตัวเองเป็นชายแท้ ทำไมต้องอยากอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตนี่… เอาจริงจุกมาก แล้วพอฉือเฉิ่งพูดว่านายทำให้ฉันรู้สึกอยากตายเลยคือ… มันเจ็บในความรู้สึกที่ฉือเฉิ่งคงแบบนี่เรากำลังสู้แบบไม่มีวันชนะเหรอวะ ขนาดพยายามเชื่อว่าเขาคงรู้สึกกับเราบ้าง แต่พอได้ยินจากปากเว่ยเว่ยว่าไม่รัก ยืนยันขนาดนั้นแต่ฉือเฉิ่งก็ยังถามแล้วถามอีก ฉือเฉิ่งน่าสงสารมากที่โดนหลอกซ้ำ ๆ ทั้งที่ก็เป็นคนที่รักแล้วให้ใจทั้งหมด ความเจ็บตอนนี้คือระดับควักหัวใจที่ยับเยินอยู่แล้วออกจากอกมากระทืบซ้ำ ยังเจอคอมโบด้วยการอาสาแก้ความเข้าใจผิดตลอดเจ็ดปี ปูทางรักกับแฟนเก่าให้อีก โอ้ย เป็นฉือเฉิ่งคือคงยืนไม่อยู่แล้ว จะบ้าตาย
ฉากขับรถแล้วร้องไห้ – อันนี้ตอนต้าเว่ยเจอช็อตจูบก็ว่าเล่นดีมากแล้ว เจอเวอร์ชั่นฉือเฉิ่งที่แตกละเอียดคือแบบ เถียนสวี่หนิงเล่นเอาตายจริง ตอนที่เห็นฉากนี้ครั้งแรกคือก่อนจะเริ่มดูซีรีส์เรื่องนี้ด้วยซ้ำ แต่แค่นาทีสั้น ๆ ในฐานะคนดูที่ไม่เคยรู้เรื่องราวใด ๆ ของตัวละครมาก่อน สวี่หนิงเล่นละเอียดมาก ภาษากาย สายตา ทุกอย่างแสดงความเจ็บปวดแบบไร้หนทางสิ้นสุดมาก คือดูแล้วรู้เลยว่าตัวละครนี้กำลังเจ็บจนจะไม่ไหวแล้ว นี่คือหนึ่งในฉากเดอะเบสท์ที่ขนลุกมากจริง ๆ อยากจะอวยไปให้ถึงเจ้าตัวแต่ก็พิมพ์จีนไม่ได้ คือดีมาก ทุกอย่าง ไร้ที่ติ
ฉากปลดเปลื้องคำติดค้างให้วั่งซั่ว – ฉือเฉิ่งที่สงบ เย็นเยือก ฉือเฉิ่งที่รู้สึกไม่โกรธแล้วนี่แหละคือการปล่อยวางที่แท้ พอรู้ว่าปล่อยวางได้แล้วความรู้สึกก็ชัดเจนว่าไม่รัก คือนำเสนอดีมาก ไม่ใช้อารมณ์เหมือนที่ผ่านมาที่เอะอะก็พุ่งใส่กัน คือจบแบบตัดขาดความสัมพันธ์แบบ 100% เหลือแค่แผลเป็นที่ไม่เจ็บอีกแล้วเท่านั้น โคตรดี ดีจริง ๆ วั่งซั่วก็เออ เสียใจและต้องยอมรับความจริง เพราะมันทำอะไรไม่ได้แล้ว
ฉากที่ฉือเฉิ่งบอกว่าการคืนดีกับกัวเฉิงอวี่ทำให้ยังทนไหว – ฉือเฉิ่งที่เจอมาสารพัดเรื่องจนหัวใจแตกยับได้เพื่อนรักกลับมา ชอบการเปิดใจและนั่งคุยกันของเพื่อนทั้งสองมาก มันเหมือนกัวเฉิงอวี่เป็นพื้นที่ปลอดภัย T^T การที่ฉือเฉิ่งไม่ได้โดดเดี่ยวขนาดนั้นแม้จะเจ็บแทบตายเพราะเรื่องเว่ยเว่ยคือสื่อถึงความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างเพื่อนได้ดีมากจริง ๆ
ฉากความคิดถึงที่อยู่ห่างแค่ประตูลิฟต์กั้น – คือไม่ได้พูดอะไร แต่สายตามันตะโกนว่าคิดถึง ทั้งคิดถึง ทั้งโหยหา ทั้งอยากคุย ทั้งสารพัดแต่ทำได้แค่ยืนมองกันตรงนั้น ทำดี ทำถึง เจ็บไปหมด
ฉากที่แม่บอกว่ารู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคน – คือแบบฮือ ไม่ไหว แม่ก็กังวล กลัวว่าเส้นทางจะลำบาก แต่อย่างน้อยเวอร์ชั่นซีรีส์ ฉือเฉิ่งก็ยังได้รับการยอมรับจากแม่ อย่างน้อยแม่ก็รับรู้ก่อนจะจากไป ชอบประโยคที่แม่เลียบ ๆ เคียงถามเว่ยเว่ยเรื่องลูกสะใภ้ กับการบอกว่ามีเพื่อนแบบฉือเฉิ่งดีกว่ามีภรรยา มันนุบนิบหัวใจในขณะที่ก็รู้ว่าเวลาของแม่นับถอยหลัง
ฉากเว่ยเว่ยคุยกับแม่ในสวน – ไม่รู้จะพูดอะไร แต่จื่ออวี๋เล่นดีมากจริง ๆ ทรานสิชั่นภาพและแสงก็สวยมาก มันทั้งเสียใจ ว้าเหว่ เป็นมวลความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเสียดาย เสียใจตามเว่ย ๆ แต่มันไม่ได้เจ็บปวดขนาดนั้น ออกแนวสงบ อาจจะเพราะคนดูรู้มานานแล้วว่าแม่ป่วย
ฉากฉือเฉิ่งดูแลเว่ยเว่ยหลังแม่เสีย – ที่หนักคือหลังแม่เสียนี่แหละ เหมือนมาตระหนักได้ว่าตอนนี้บ้านไม่มีแม่แล้ว คนดูก็ร้องไห้หมดท่ามาก ฉากแรกที่เล่นกับอารมณ์เราจนกลั้นน้ำตาไม่ไหว คือนำเสนอดีมาก มันว่างเปล่าไปหมด แต่กลับมีความรู้สึกของการมีใครสักคนมาอยู่ข้าง ๆ ตอนที่อ่อนแอ รู้สึกดีใจที่เว่ยเว่ยมีฉือเฉิ่ง ดีใจที่อย่างน้อยก็ไม่ต้องเศร้าและอยู่คนเดียว ที่ซึ้งกับฉากทำอาหารไหม้ ฉากมองผีผา ฉากเอาแตงโมให้ ฉากร้องเพลงเอยใด จริง ๆ อาจจะเพราะยังจินตนาการถึงวันนั้นของตัวเองไม่ได้ และเพราะเราไม่มีทางมีคนแบบฉือเฉิ่งมาอยู่ข้าง ๆ แบบนี้แน่นอน TT
ฉากชายกัวกลิ้งข้ามฝั่งไปหาหมอเจียง – 5555555555 ตลก น่ารัก เขิน หมอเจียงฮ้อปไม่ไหว คนดูก็เขินปวดแก้ม ชอบกัวเฉิงอวี่ เสียดายที่มันไม่มีคนแบบนี้อยู่บนโลก TT
ฉากคู่รักการละคร – อันนี้ช่วงผ่อนคลาย ฉือเฉิ่งกับต้าเว่ยเพี้ยนไม่ไหว 555555 เป็นการเล่นละครที่เสแสร้งสุด ๆ หลังจากเครียดปวดใจมาหลายตอน ชอบความคอมเมดี้ที่ใส่มาแบบไม่อ่อม เล่นถึง แล้วไม่ใช่แค่สองคนนี้ หมอเจียงก็เพี้ยน 55555 โอ้ย
ฉากหมอเจียงโดนชายกัวแกล้งรอให้เริ่มก่อน – อันนี้คือเขินจนเหนื่อย คนดูหน้าเบี้ยวไปหมดแล้ว ส่วนหมอเจียงก็แบบวืดฉ่ำเพราะชายกัวก็แกล้งหยอกอยู่นั่น พอถึงตอนเมคเลิฟ ก็ชอบที่ชายกัวความอ่อนโยนสุด ๆ ฮือ แต่พี่เอาเวลาที่ไหนไปจุดเทียนขนาดนั้นก่อน 555555555
ฉากชายกัวหันไปถามหมอเจียงว่าเว่ยเว่ยกินข้าวหรือยังหลังฉือเฉิ่งติดคุก – ชอบคาร์ชายกัวไม่ไหวจริง ๆ เขาดีมาก อบอุ่นแบบเผื่อแผ่ให้แฟนเพื่อนและเพื่อนแฟนสุด ๆ แถมยังวิ่งเต้นหาทางช่วยเพื่อนรักสุดตัว อยากเห็นเขามากกว่านี้
ฉากฉือเฉิ่งจัดผมก่อนไปเจอเว่ยเว่ย – อันนี้คือโคตรเรียล คือเจ็บ สวี่หนิงเล่นดีมากกกกกกก โอ้ย สายตาชัดเจนมากว่าไม่อยากให้เขาเห็นเราในสภาพนี้ แง พอเจอกันก็ต่างคนต่างมองกันแบบคิดถึง คนดูอย่างเราจะตาย
ฉากเว่ยเว่ยหลับข้ามวันในอ้อมกอดฉือเฉิ่ง – คือดีมาก หลายวันหลายคืนที่ผ่านมาทำงานหนักสุด ๆ แถมยังนอนไม่หลับเพราะไม่มีฉือเฉิ่ง ในที่สุดก็ได้นอนเต็มอิ่มแบบปลอดภัยอบอุ่นใจสักที เอ็นดูมาก ๆ และยังมีชายกัวกับหมอเจียงมาคอยดูแลเรื่องกินอีก มิตรภาพที่ดีสุด ๆ
ฉากขยายคลินิก – ชายกัวไม่ทำให้ผิดหวังอีกแล้ว อยากกรี๊ด อยากตะโกน หมอเจียงโชคดีมาก มากจนยังไม่เชื่อว่าในที่ชีวิตจะมีคนที่รักเขาได้ขนาดนั้น ตอนที่บอกว่าตัวเองไม่เคยให้อะไรเลย แต่ชายกัวบอกว่าให้หมอรักโลกไป เดี๋ยวรักหมอเจียงเองคือแบบ ได้มีความสุขสักทีนะ
ฉากซื้อบ้านกลับมาและตามหาต้นไม้ของแม่อย่างเป็นบ้าเป็นหลัง – ความรักที่ฉือเฉิ่งมีให้เว่ยเว่ยนี่ก็สุดมากเหมือนกัน จากก่อนหน้านี้ที่รักมาก ๆ อยู่แล้ว หลังเกิดเรื่องมันก็ยิ่งมากขึ้นไปอีก แบบว่ามันเลยขีดจำกัดจนกลายเป็นไม่มีขีดจำกัดไปแล้ว ชอบที่เว่ยเว่ยกอดและบอกว่าตัวเองมีบ้านแล้วมาก ๆ จากนี้ก็มีความสุขอย่างเต็มที่ได้แล้ว TT
ฉากที่พาฉือเฉิ่งไปที่หลุมศพและบอกว่าจะใช้ชีวิตด้วยกันอย่างดี – ฉากนี้ไม่ได้อยู่ในซีรีส์เพราะน่าจะถูกตัดจากประเด็นตัวเลขที่ป้ายหลุมศพ แต่คิดว่ามันน่าจะเป็นฉากจบที่สมบูรณ์มาก ๆ ถ้าได้ใส่มา มันจะเป็นอะไรที่เติมเต็มสุด ๆ (อย่างน้อยก็จินตนาการเอาเองในเบื้องหลังได้แหละนะ)
[ประโยคที่ชอบ]
รักกับชอบไม่เหมือนกัน – ชอบที่วั่งซั่วอธิบายนะ ว่าชอบคือความอดทนไม่สิ้นสุด ส่วนรักคือความหยุมหยิม มันอาจจะไม่ใช่ความหมายที่ถูกต้องซะทีเดียว เพราะมุมมองของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่การที่ต้าเว่ยรับฟังความคิดนี้มา และนิยามว่าฉือเฉิ่งเป็นตามที่วั่งซั่วพูดก็คืออย่างเจ็บ แล้วยิ่งมาเจอฉือเฉิ่งพูดว่า “ถ้าฉันไม่ชอบนาย ป่านนี้ฉันไล่นายออกไปแล้ว” คือแบบ เราเป็นได้แค่ความชอบของเขาแต่ไม่ใช่ความรักของเขา มันแบ้บบ โอ้ย ตายเหอะ เอามีดมาแทงเจ็บน้อยกว่า
ก่อนที่ฉันจะเสียใจ ฉือเฉิ่งก็คงไม่ต้องการฉันแล้ว – คือน้องงงง คือสงสาร แต่ก็แบบเฮ้อ เข้าใจ มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนเชือกเส้นบางใกล้ขาด คว้าไว้สุดแรงยังไงมันก็ขาด ตอนนี้แบบ สงสารเว่ยเว่ยมาก แต่ก็สงสารฉือเฉิ่งที่รักน้องจริง ๆ อะ แค่มีเรื่องที่พูดไม่ได้เยอะเกินไป
ผมก็นั่งอยู่ตรงนี้มาตลอด ฝนมันตกลงมาเอง – ต้าเว่ยตอบวั่งเจิ้นตอนที่ถามว่าทำไมมานั่งตากฝน เราชอบบทสนทนานี้มาก มันสะท้อนความรู้สึกของตัวละครแบบสุด ๆ คือเออ คนที่ไม่ได้ทำอะไรเลยทำไมต้องมารับผลกระทบของเรื่องรัก ๆ ที่วุ่นวายนี่ด้วย
เพราะเราสองคนต่างหากที่เป็นครอบครัวเดียวกัน – ชอบที่สื่อความรักที่เว่ยเว่ยมีให้ฉือเฉิ่งได้ลึกมาก คือเว่ยเว่ยมองฉือเฉิ่งเป็นครอบครัวคนเดียวของตัวเองจริง ๆ ทั้งวาดภาพอนาคต วางแผนที่จะใช้ชีวิตด้วยกันไปจนแก่ คือฉือเฉิ่งที่ตระหนักถึงความสำคัญของตัวเองในใจเว่ยเว่ยว่ามหาศาลขนาดไหนมันยิ่งเจ็บหัวใจ เขายอมทิ้งเงิน ทิ้งบ้านที่รักที่สุดเพื่อเรา อะไรงี้คือแบบ รักกันมากจัง เป็นอีกประโยคที่ชอบมากจริง ๆ
เสี่ยวไซว่ นายรับหน้าที่รักโลกใบนี้นะ ส่วนฉันจะรับหน้าที่รักนายเอง – ไม่ไหวจริง รู้สึกดีใจกับทั้งคู่มาก ๆ เหมือนคอยเอาใจช่วยมาตลอดแล้วส่งพวกเขาถึงฝั่ง ความรักของกัวเฉิงอวี่มันมีแต่ความหวังดี ความคิดเผื่อทุกอย่าง ความที่เป็นยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่จริง ๆ ต้องพูดยังไงดี เป็นคนที่ตั้งใจทำให้ทุกความปรารถนาของเสี่ยวไซว่เป็นจริงอะ เป็นความรักที่น่าอิจฉามากไม่แพ้ของคู่หลักเลย
[แนะนำให้ดูเพราะสนับสนุนนักแสดงและทีมงานที่ตั้งใจ]
โดยรวมเป็นซีรีส์ที่ทำให้เราอินตามและผูกพันกับตัวละครมาก ๆ ในรอบหลายปีนี้จริง ๆ บอกก่อนว่าเราดูซีรีส์เยอะมาก ๆๆ ทั้งไทย เกาหลี จีน อเมริกัน แต่เรื่องที่ทำให้เราอินได้จริง ๆ จนเหมือนสลักบางอย่างลงในหัวใจ มีแค่สองเรื่อง (1) ปรมาจารย์ลัทธิมาร (2) หอดอกบัวลายมงคล และไม่อยากเชื่อว่า #ศัตรูหัวใจคือแฟนใหม่ผมเอง เรื่องนี้จะกลายมาเป็นเรื่องที่ (3)
สิ่งที่เหมือนกันมาก ๆ คือการที่เรื่องเล่าความสัมพันธ์ของพี่น้อง / ครอบครัว / เพื่อนแบบละเอียดยิบ แล้วก็เล่นกับความรู้สึกแบบเอาตาย ที่สำคัญเลยคือบทที่ดี + นักแสดงที่สามารถเล่นออกมาได้รู้สึกจริง + การแสดงด้วยสายตา ซึ่งทั้งสามเรื่องมีตรงนี้ทั้งหมด
โดยเฉพาะเรื่อง (3) เอาจริง ๆ ตอนแรกไม่ได้คิดจะดูเลย เพราะเป็นพวกชอบดูโปรดักชั่นดี ๆ รวย ๆ (งบสูงอะไรก็มีแนวโน้มจะดีตาม) แต่ดันไปเจอฉาก [เถียนสวี่หนิงร้องไห้ในรถ] พูดแล้วก็ขอพูดอีก นักแสดงเล่นดีมากจนเราที่ไม่รู้เรื่องราวเจ็บตาม คนที่แสดงได้ระดับนี้คือไม่ธรรมดา คือมันเกินกว่าคำว่ามาตรฐานไปแล้ว โดยเฉพาะเรื่องสายตา การแสดงด้วยสายตาคือที่สุดแล้วของการแสดง (สำหรับเรา) แล้วเถียนสวี่หนิงก็กลายมาเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ทำให้เราอินเหมือนส่งตรงไปถึงหัวใจจริง ๆ ที่เคยบอกว่าถ้าให้เขียนอวยการแสดงสวี่หนิงเราเขียนได้ยาวเป็นธีสิสคือเราไม่ได้พูดเล่น เราดูเรื่องนี้เพราะสวี่หนิงจริง ๆ แม้ในความจริงจะโดนจ่านเซวียนตกแบบสิ้นสภาพ 5555555 ซึ่งเมื่อมาตั้งใจดูก็พบว่าทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมตั้งใจทำเรื่องนี้จริง ๆ มันไม่ได้ดูถูกคนดู มันไม่มีช่วงที่รู้สึกเนือย การออกแบบซีนก็ทำได้ดีมาก ๆ ทำให้รู้ว่าเรื่องแนวคลิเช่มันสามารถเล่าออกมาได้สนุกและอินได้ขนาดนี้เลย
แล้วที่พีคกว่านั้นคือ ปกติในหนึ่งเรื่องที่ทุกคนแสดงดีมาก ๆ กันอยู่แล้ว คนที่สื่อสารทางสายตาได้หมดจดมักจะมีแค่คนเดียว แต่-เรื่อง-นี้ [จื่ออวี๋]ก็ทำได้เหมือนกัน อึ้งแบบหลายตลบมาก เราช็อกแล้วช็อกอีกกับการแสดงของสวี่หนิงกับจื่ออวี๋ คือไม่อยากเชื่อว่าอายุแค่เท่านี้ทำได้ขนาดนี้ อายุยี่สิบนิด ๆ ประสบการณ์สิบปีสุด ๆ เอาจริง ๆ นักแสดงที่แสดงดีมาก ๆ หลายคนก็ยังสื่อสารทางสายตาก็ไม่ได้เท่านี้ อันนี้ชมทั้งนักแสดง ชมผู้กำกับที่ดึงประสิทธิภาพออกมา ชมแอคติ้งโค้ชหรือใครก็ตามที่มีส่วนทำให้เรื่องนี้ออกมาโดดเด่นได้ขนาดนี้ ชอบที่หลาย ๆ ซีนโคลสอัพไปที่สายตาของนักแสดง แล้วออกมาเป็น “การแสดงที่สื่อสารอารมณ์หมดจดแม้ไม่มีบทพูด” สำหรับเรานี่คือที่สุดแล้ว ดีจนอดจินตนาการไม่ได้ว่าถ้ามีบทดี ๆ และงบผลิตที่สูงกว่านี้ สองคนนี้จะถล่มวงการการแสดงขนาดไหน มันดีขนาดนี้ว่าต้องให้แคปเป็นภาพนิ่งก็บอกได้เลยว่ารู้สึกยังไงอยู่ คือสกิลโหดจนอยากให้มีงานแสดงอีกเยอะ ๆ
ใครอยากสัมผัสประสบการณ์ดูซีรีส์ที่นักแสดงเล่นดีจนขนลุกมาดูเรื่องนี้ได้นะ มันเป็นความรู้สึกที่อิ่มจริง ๆ ในฐานะคนดูอย่างเรา มันดีขนาดที่เราอยากเก็บความรู้สึกนี้ไว้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเคยรู้สึกดีกับการดูซีรีส์เรื่องหนึ่งขนาดนี้ และเขียนรีวิวออกมายาวขนาดนี้นั่นแหละ

Leave a comment