
Korean Goverment Scholarship
ทุนรัฐบาลเกาหลีใต้ปี 2023
(เรียนภาษา 1 ปี + ปริญญาโท 2 ปี)
University Track
ฉบับคนอยู่เกาหลีก่อนสมัครทุน
เนื่องจากมีหลายคนเคยพูดถึงรายละเอียดทุนนี้ไปแล้ว เลยจะไม่ลงรายละเอียดมากนัก ขอสรุปสั้น ๆ ว่าทุนนี้เป็นทุนให้เปล่า ที่ออกให้ทั้งค่าเทอม ค่ากินอยู่ ค่าตั๋วเครื่องบินค่ะ ดังนั้นเลยอยากจะมาแชร์ปัญหาที่เจอมา และปัญหาพวกนี้คือปัญหาที่ตัวเราตอนนั้นหาคำตอบจากอินเตอร์เน็ตไม่ได้ ได้แต่งม ๆ ไปแบบเคว้งคว้าง
เรียนภาษาอยู่ที่เกาหลีสมัครได้ไหม
ตราบใดที่ไม่ได้จบปริญญาตรีที่เกาหลีก็สมัครได้หมดค่ะ ซึ่งในกรณีของเรา เราสมัครทุนนี้ตอนที่เรียนคอร์สภาษาเกาหลีอยู่ปูซานค่ะ (ด้วยเงินตัวเอง) ตอนนั้นกำลังจะกลับไทย เลยลองสมัครดูซักตั้ง สรุปว่าได้ทุน เลยมีโอกาสอยู่ต่อมายาว ๆ และไม่ได้บินกลับไทย จึงไม่ได้รับค่าตั๋วเครื่องบินเพราะตัวอยู่ที่เกาหลีอยู่แล้ว
ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยเรียนภาษาโดยที่ยังใช้วีซ่า D-4
ตามข้อกำหนดของทุน ใครไม่มี TOPIK 5 ขึ้นไป ก็จะถูกส่งไปเรียนภาษาค่ะ ระยะเวลาตรงนี้จะกินเวลา 6 เดือน – 1 ปี ถ้าเราสามารถได้ระดับห้าภายในหกเดือนก็จะสามารถเข้าเรียนปริญญาโทได้เลย แต่เราใช้โควต้าจนครบ 1 ปีค่ะ
ซึ่งการเปลี่ยนวีซ่า D-4 (เรียนภาษา) เป็น D-2 (เรียนปริญญา) ไม่ได้ยาก แค่เอกสารครบก็ทำได้ แต่ด้วยความที่เราเรียนภาษาอยู่ที่ปูซาน เราจึงมีวีซ่า D-4 อยู่แล้ว การที่จะใช้วีซ่าเดิมแต่เปลี่ยนมหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องกลับไทยไปทำวีซ่ามาใหม่ค่ะ ซึ่งตอนนั้นเราอยากประหยัดค่าตั๋วเครื่องบินที่ต้องบินกลับไทย (เพราะเงินหมดแล้ว T_T) เราเลยลองขอเขา สุดท้ายก็ทำได้ค่ะ แต่เป็นการเปลี่ยนจาก D-4 เป็น D-2 เลย และหลังจากครบ 6 เดือนที่เรียนภาษา เราก็ต้องมาทำเรื่องใหม่เพื่อเปลี่ยนจาก D-2 กลับเป็น D-4 และเมื่อเรียนคอร์สภาษาจบก็ต้องเปลี่ยนจาก D-4 เป็น D-2 อีกที ซึ่งค่อนข้างวุ่นวายมากอยู่ และเจ้าหน้าที่ก็เหวี่ยงมาก ๆ เอกสารที่ขอเพื่อทำวีซ่าคือเอกสารที่ต้องเป็นตัวจริง มีตราประทับของทั้งสถานทูตเกาหลีในไทยและกงสุลค่ะ แนะนำว่าให้เตรียมมาหลาย ๆ ชุดเหมือนกับตอนสมัครทุนเลย (แต่อาจจะแล้วแต่กรณี เพราะเพื่อนต่างชาติเราหลายคน เจ้าหน้าที่ก็เอาแบบ copy แต่เราเคยลองแล้วเขาไม่ยอมค่ะ)
สมัครมหาวิทยาลัยอะไร คณะอะไร
เราเลือกคณะ English Translation (영어번역학과) ที่ Hankuk University of Foreign Studies (Seoul Campus) ค่ะ ซึ่งถึงชื่อคณะจะเป็นการแปลอังกฤษ การมาเรียนที่เกาหลีก็คือการแปลแบบอังกฤษ-เกาหลี/เกาหลี-อังกฤษ ค่ะ ทุกวิชาจะสอนเป็นภาษาเกาหลี เน้นอ่านวิจัยทั้งภาษาเกาหลี ทั้งอังกฤษ ดีหน่อยที่อาจารย์ใจดี เวลาส่งงานหรือพรีเซนต์งานก็ยังอนุญาตให้ใช้ภาษาอังกฤษได้ เช่นถามคำถามมาเป็นเกาหลี แต่เราสามารถตอบเป็นภาษาอังกฤษได้
ชีวิตการเรียนเป็นอย่างไร
ปริญญาโทต้องเรียน 4 เทอม กินเวลา 2 ปี มี 24 หน่วยกิต และทำ THESIS จบด้วย ซึ่งในกรณีของเรา ป.ตรีเราจบคณะที่ไม่ได้เกี่ยวกับการแปล นอกจากวิชาของป.โทแล้ว เราต้องลงวิชาป.ตรีเพิ่มอีก 9 หน่วยกิต โดยที่หน่วยกิตตรงนี้จะไม่เอามาคิดเกรด แต่ยังไงก็ต้องผ่าน เกรดของเกาหลีจะเต็ม 4.5 และให้เกรดเป็น A+ A0 A- มหาลัยของเราจะพิเศษหน่อยตรงที่ถ้าคนได้เกรดเกิน 4.3 จะได้เงินสนับสนุนต่อเดือนจากมหาลัยเพิ่ม แต่การจะได้มานั้นยากมาก เราก็ทำไม่ได้ค่ะ 5555555 และถ้าถามว่าการเรียนภาษาก่อนเริ่มเรียนปริญญาโทนั้นเพียงพอไหม คำตอบคือได้แค่ถู ๆ ไถ พอฟังได้ แต่จะให้ตอบเป็นภาษาเกาหลีคล่อง ๆ หรือเขียนเปเปอร์เป็นภาษาเกาหลี เราก็ยังทำไม่ได้เช่นกันค่ะ…..
เงินที่ได้รายเดือนพอหรือไม่
ถ้าอยู่หอมหาลัยก็คิดว่าน่าจะใช้ได้แบบพอดีสุด ๆ แต่หอส่วนใหญ่จะทำอาหารกินเองไม่ได้ ถ้าตั้งใจจะประหยัดมาก ๆ เพราะอยากเก็บออม อันนี้ก็จะเครียดเกิน เพราะเรียนก็เครียดแล้ว T_T โดยเฉพาะคนที่เลือกมหาลัยในโซล ค่าครองชีพแพงมาก ๆ ค่ะ ต่อให้ทำอาหารเองก็ยังแพงมากจริง ๆ ส่วนตัวเราอยู่ห้องพักข้างนอกเพราะทำอาหารสะดวกกว่า และคิดถึงอาหารไทยที่หากินยากเหลือเกิน ก็เลยต้องใช้เงินตัวเองอยู่ด้วย ไม่ได้อยู่จากเงินของทุนอย่างเดียว แต่ถ้าถามว่าสามารถอยู่โดยไม่ต้องออกเงินตัวเองได้ไหม คำตอบคือได้ค่ะ เพื่อนหลายคนที่เรารู้จักก็ทำได้ค่ะ
โทรศัพท์ / อินเตอร์เน็ต / เปิดบัญชี / บัตรเดบิต
สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคืออินเตอร์เน็ต ตอนที่เรายังไม่มีบัญชีเกาหลีและยังไม่ได้บัตรเอเลี่ยน (ARC) ที่เราทำคือเปิดเบอร์พร้อมเน็ตโดยใช้พาสปอร์ตก่อน ลองเสิรช์คีย์เวิร์ดดูก็จะรู้ว่าเจ้าไหนที่นักเรียนต่างชาติใช้กันเยอะในเกาหลี เรื่องเติมเงิน ก็จะฝากเพื่อนที่มีบัญชีช่วยโอนให้แทนก่อนแล้วเราจ่ายเงินสดให้เพื่อนค่ะ พอได้บัตรเอเลี่ยน เปิดบัญชีเกาหลีได้แล้ว เราก็ค่อยเอาบัตรเอเลี่ยนเราไปผูกเบอร์โทรศัพท์ เพราะการซื้อของผ่านแอปที่นี่มักพ่วงเบอร์โทรให้ยืนยันตัวเสมอ และบัตรที่ใช้ซื้อของออนไลน์ได้ก็มักจะต้องเป็นบัตรของเกาหลีค่ะ
